ท็อปส์ ตอกย้ำสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวของแคมเปญสติ๊กเกอร์ “แปะอะไรก็ลด”
ท็อปส์ ตอกย้ำสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวของแคมเปญสติ๊กเกอร์ “แปะอะไรก็ลด” ด้วยการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา
ยกระดับกลยุทธ์ Gamification ดึงดูดลูกค้าไปอีกขั้นด้วย ‘แปะอะไรก็ลด พลัส’
มุ่งกระตุ้นการจับจ่ายครึ่งปีหลัง พร้อมตั้งเป้าดันยอดขายโต30%

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตอกย้ำความสำเร็จของแคมเปญสติ๊กเกอร์“แปะอะไรก็ลด” เดินหน้าแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาทางการตลาดของแบรนด์ หลังสร้างสถิติใหม่แบบนิวไฮทั้งในมุมยอดขายต่อตะกร้าสูงถึง 15% สร้างลูกค้าใหม่ถึง 13% และกระตุ้นลูกค้าให้ช้อปถี่ขึ้นถึง 16%ในช่วงเดือนมีนาคม–เมษายน 2569 ด้วยแนวคิดกลยุทธ์ Customer Empowerment ที่เปลี่ยนจากแบรนด์เป็นผู้กำหนดโปรโมชั่น สู่การให้อิสระลูกค้าเลือกใช้ส่วนลดกับสินค้าที่ต้องการ และสร้างความคุ้มค่าได้ในแบบของตัวเอง ล่าสุดเพื่อฉลองครบรอบ 58 ปี ท็อปส์นำแคมเปญสติ๊กเกอร์ “แปะอะไรก็ลด” มายกระดับความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ด้วยการออกแบบและต่อยอดกลยุทธ์ในรูปแบบ Gamification เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของลูกค้ากับแคมเปญให้มากขึ้นไปอีกขั้น สู่แคมเปญรอบใหม่ “ท็อปส์ แปะอะไรก็ลด พลัส” รุกกระตุ้นการจับจ่ายช่วงครึ่งปีหลังช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ ตอบโจทย์นักช้อปที่ต้องการบริหารความคุ้มค่าในแบบของตัวเอง ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2569 พร้อมตั้งเป้ายอดขายแคมเปญเติบโตขึ้น30%

นายจักรกฤษณ์จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทลกล่าวว่า “หนึ่งในสิ่งที่ทำให้สติ๊กเกอร์แคมเปญ‘แปะอะไรก็ลด’แตกต่างจากโปรโมชั่นทั่วไปคือการเปลี่ยนจากแบรนด์เป็นผู้กำหนดส่วนลดมาให้อิสระลูกค้าเป็นผู้เลือกด้วยตัวเองว่าจะใช้ส่วนลดกับสินค้าใดกลไกที่เรียบง่ายแต่ตอบโจทย์นี้ทำให้แคมเปญได้รับการตอบรับและจดจำจากลูกค้าจนกลายเป็นหนึ่งในแคมเปญซิกเนเจอร์ของท็อปส์ วันนี้เราจึงก้าวไปอีกขั้นด้วยการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการตลาดของแคมเปญ เพื่อสะท้อนคุณค่าของแนวคิดที่ท็อปส์ริเริ่มและพัฒนาขึ้นและต่อยอดให้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของแบรนด์ที่สร้างความแตกต่างในการแข่งขันระยะยาว

โดยจากผลลัพธ์ที่ผ่านมาเราเห็นได้ชัดว่ากลยุทธ์การมอบอำนาจในการเลือกให้ลูกค้าหรือCustomer Empowerment ผนวกกับกลไกการออกแบบแคมเปญให้คนรู้สึกอยากมีส่วนร่วม แบบ Gamification ทำให้แคมเปญได้รับการตอบรับอย่างดี ลูกค้าสนุกกับการเลือกส่วนลดสำหรับสินค้าที่ตัวเองพึงพอใจได้เอง สร้างคุณค่าได้ทั้งในมิติของประสบการณ์ลูกค้าและการเติบโตของธุรกิจ โดยเฉพาะในวันที่ผู้บริโภคมีการวางแผนและพิจารณาการใช้จ่ายมากขึ้นสอดคล้องกับผลการศึกษาTHAI SMARTSUMER 2026 ของวิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ที่พบว่าผู้บริโภคไทยทุกเจเนอเรชันกว่า 90–97% คิดและพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อขณะที่ 71% ใช้AI เพื่อค้นหาข้อมูลเปรียบเทียบราคาและประกอบการตัดสินใจซื้อสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากPromotion Hunters สู่Strategic Spenders ที่ไม่ได้มองเพียงส่วนลดสูงสุดแต่ต้องการเลือกความคุ้มค่า ที่เหมาะกับตัวเอง

นายจักรกฤษณ์กล่าวเพิ่มเติมว่าแนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านผลลัพธ์ของแคมเปญ “แปะอะไรก็ลด” ในช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งสามารถสร้างมูลค่ายอดซื้อต่อใบเสร็จเฉลี่ย (Average Basket Size) เพิ่มขึ้น 15% และความถี่หรือจำนวนครั้งที่ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ เพิ่มขึ้น 16% รวมถึงจำนวนลูกค้า ที่เข้าร่วมแคมเปญเพิ่มขึ้น 22% ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 13% และ 28% ของลูกค้าใช้สติ๊กเกอร์มากกว่า 10 ดวง และแคมเปญสติ๊กเกอร์ยังถือว่าเป็นการส่งต่อลูกค้าจากอีกสาขาไปยังอีกสาขาเหมือนใยแมงมุมเพราะจะมีการแจกเล่มสติ๊กเกอร์ใหม่เสมอเมื่อลูกค้าซื้อสินค้าครบตามเงื่อนไขสะท้อนการมีส่วนร่วมของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และตอกย้ำบทบาทของ ‘แปะอะไรก็ลด’ ในฐานะหนึ่งในกลยุทธ์ Loyalty Marketing สำคัญของท็อปส์ที่ช่วยสร้าง Customer Engagement เพิ่ม Traffic ขยายฐานลูกค้า กระตุ้นการซื้อซ้ำ และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

จากความสำเร็จดังกล่าว ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 58 ปีของท็อปส์ เราจึงนำแคมเปญสติ๊กเกอร์ “แปะอะไรก็ลด”มาเดินหน้าต่อยอดสู่ ‘ท็อปส์ แปะอะไรก็ลด พลัส’ ที่ยกระดับกลไกGamification ของแคมเปญ มอบสิทธิประโยชน์ให้คุ้มค่าและตอบโจทย์นักช้อปมากยิ่งขึ้นเพื่อกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมกับแคมเปญอย่างต่อเนื่องยิ่งช้อปมาก ยิ่งได้สติ๊กเกอร์ส่วนลดมากขึ้น พร้อมเลือกลดสินค้าที่อยากได้ด้วยส่วนลดสูงสุดถึง 30% (ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของแคมเปญ)โดยอีกหนึ่งมิติสำคัญที่เข้ามาเติมเต็มความแตกต่างของแคมเปญในครั้งนี้ คือการผนึกพลังกับแบรนด์พันธมิตรกว่า 200แบรนด์ เพื่อร่วมกันขยายทางเลือกและสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมทั้งสินค้าและบริการ ตอบรับผู้บริโภคยุค Strategic Spenders ที่ต้องการวางแผนและเลือกใช้จ่ายได้ตรงกับความต้องการของตัวเองมากขึ้น พร้อมผลักดันแคมเปญซิกเนเจอร์ให้เป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นการจับจ่ายขยายฐานลูกค้าใหม่ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ กระตุ้นการกลับมาซื้อซ้ำและเพิ่มมูลค่าต่อตะกร้าให้มากขึ้น และตั้งเป้ายอดขายแคมเปญเติบโตกว่า 30%”

สำหรับแคมเปญ‘ท็อปส์แปะอะไรก็ลดพลัส’จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 สิงหาคม – 30 กันยายน 2569 ครอบคลุมการช้อปทั้งหน้าร้านผ่านสติ๊กเกอร์ และช่องทางออนไลน์พร้อมแบ่งการรับและใช้สิทธิ์ออกเป็น 3 รอบ ให้ลูกค้าสามารถเลือกและวางแผนใช้สิทธิประโยชน์ได้ตามไลฟ์สไตล์ พร้อม “พลัส” ความคุ้มให้มากกว่าเดิม ทั้งกลไกการรับสิทธิ์ ทางเลือกจากแบรนด์พันธมิตร และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม โดยมีไฮไลต์ ได้แก่
ท็อปส์ เดลี่, ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด, ท็อปส์ แคร์,PET 'N ME, มัทสึคิโยะ,No Brand และLOOKS
“เราคาดหวังว่า ‘ท็อปส์ แปะอะไรก็ลด พลัส’ จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของท็อปส์ในช่วงครึ่งปีหลัง ด้วยการสานต่อความสำเร็จที่ผ่านมาและยกระดับสิทธิประโยชน์ให้สอดรับกับพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป พร้อมเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาแคมเปญสติ๊กเกอร์จากแคมเปญส่งเสริมการขาย สู่ต้นแบบ Marketing Innovation ที่สามารถต่อยอดไปสู่รูปแบบและความร่วมมือใหม่ๆ ในอนาคตหรือแม้แต่การขยายและปรับรูปแบบแคมเปญสติ๊กเกอร์“แปะอะไรก็ลด”ให้สามารถนำไปต่อยอดและปรับใช้ให้เข้ากับแบรนด์อื่นๆ ในกลุ่มธุรกิจเซ็นทรัล รีเทล ฟู้ด เพื่อสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าและพันธมิตร ตลอดจนเปิดโอกาสสร้างการเติบโตใหม่ๆ ให้กับธุรกิจของทั้งกลุ่มฟู้ดในเครือเซ็นทรัลรีเทล ได้ต่อไป”นายจักรกฤษณ์กล่าวสรุป
ช้อปคุ้มพร้อมสร้างความคุ้มค่าในแบบที่เลือกได้กับแคมเปญ “ท็อปส์ แปะอะไรก็ลด พลัส”ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2569 ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์,ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด,ท็อปส์ เดลี่, ท็อปส์ ออนไลน์ และท็อปส์ แคร์, PET 'N ME, LOOKS, No Brand,Matsukiyoสาขาที่ร่วมรายการ รวมถึงท็อปส์ ออนไลน์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.TOPS.co.th, Facebook: TOPS Thailand และ LINE Official: @TOPS THAILAND
#TOPS #StickerCampaign#EveryDayDISCOVERY
4














