‘เอกนิติ’ จัดชุดใหญ่คลอดมาตราการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ภาคขนส่ง เกษตรกร เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง

Category: คลัง
Published on Saturday, 11 April 2026 07:48
Hits: 755

เอกนิติ จัดชุดใหญ่‘เอกนิติ’ จัดชุดใหญ่คลอดมาตราการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ภาคขนส่ง เกษตรกร เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
      กลุ่มเปราะบาง : มาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยการขยายวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นจาก 300 บาท เป็น 400 บาท ระยะเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
      ภาคเกษตร : มาตรการโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง โดยธกส. เพื่อลดต้นทุนการผลิตเช่นปุ๋ย และเพิ่มทักษะที่เกี่ยวข้อง วงเงินสินเชื่อ 30,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี โดยรัฐจะช่วยจ่ายดอกเบี้ยแทนร้อยละ 3 เมื่อทำตามเงื่อนไข และกู้ได้สูงสุด 100,000 บาท ต่อราย
     ผู้ประกอบการคู่สัญญาภาครัฐ : ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ เร่งรัดการโอน/เปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร เพื่อเป็นเงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้างของสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) โดยกรมบัญชีกลางและสำนักงบประมาณได้ผ่อนปรนเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งจะช่วยผู้ประกอบการคู่สัญญาภาครัฐลดกระทบจากราคาวัสดุและน้ำมันที่ผันผวน
     ภาคขนส่ง : สนับสนุนงบประมาณจำนวน 2,060.74 ล้านบาท ในช่วง 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569 เพื่อช่วยอุดหนุนค่าน้ำมันแก่ภาคขนส่ง ได้แก่ 1) กลุ่มรถขนส่งรับจ้าง (รถบรรทุกขนาดใหญ่ และรถบรรทุกขนาดเล็ก 2) กลุ่มรถจักรยานยนต์สาธารณะ 3) กลุ่มรถโดยสารสาธารณะ (รถตู้โดยสาร และรถมินิบัสที่ใช้น้ำมันดีเซล) 4) กลุ่มรถเท็กซี่ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง 5) กลุ่มรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถบัส รถตู้โดยสาร และรถมินิบัส)


มาตรการเตรียมพร้อมปชช และ SMEs เพื่อปรับตัวเปลี่ยนผ่านไปพลังงานสะอาด :
       ธ.ออมสิน : จัดทำโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย วงเงิน 100,000 ล้านบาท สำหรับ SMEs และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อการปรับตัวด้านพลังงาน วงเงิน 5,000 ล้านบาท สำหรับประชาชน
      ธอส : สนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพื่อประหยัดพลังงาน สำหรับการซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม และ refinance ที่อยู่อาศัย รวมถึงสินเชื่อการกู้เพื่อซื้อ solar rooftop วงเงิน 300,000 บาท ต่อราย ดอกเบี้ย 3.90% ต่อปี 3 ปีแรก
     ธสน : สนับสนุนสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนขนส่ง โดยคิดอัตราดอกเบี้ยสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ร้อยละ 2.06 ต่อปี และยังมีโครงการประกันการส่งออกด้วยอัตราเบี้ยประกันพิเศษสำหรับประกันความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากวิกฤติตะวันออกกลาง
ธพว: จัดทำโครงการ SMEs Green Productivity เพื่อยกระดับ SMEs เปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว โดยอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ใน 3 ปีแรก วงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาท ต่อราย
      ปรับลดการใช้งบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ: คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้สำนักงบประมาณดำเนินการพิจารณาลดการใช้งบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นงดการเดินทางไปศึกษาดูงาน หรือฝึกอบรมในต่างประเทศ และปรับรูปแบบการดำเนินการเป็นการศึกษาดูงานหรือจัดกิจกรรมภายในประเทศแทน รวมทั้งลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรของภาครัฐ

 

3. มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับผู้ประกอบการ
        3.1 คู่สัญญาภาครัฐ : เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางให้แก่ผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญากับภาครัฐ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและลูกจ้างของคู่สัญญาภาครัฐ กรมบัญชีกลางจึงได้ผ่อนปรนเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้าง เช่น กรณีที่ผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่สามารถลงนามในสัญญาได้ ให้ถือว่ามีเหตุผลสมควรและไม่เป็นผู้ทิ้งงานพร้อมคืนหลักประกัน สำหรับสัญญาที่ลงนามแล้วหากได้รับผลกระทบอาจเจรจาหยุดงานชั่วคราวได้ตามความเหมาะสม

     กรณีที่ลงนามสัญญาแล้วแต่ยังไม่ได้เริ่มงาน หน่วยงานของรัฐสามารถใช้ดุลยพินิจเลิกสัญญาและคืนหลักประกันได้ เป็นต้น พร้อมทั้งขยายราคากลางงานก่อสร้างของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลให้อยู่ที่อัตรา 51.00 - 69.99 บาทต่อลิตร เพื่อให้การคำนวณราคากลางสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและสำนักงบประมาณได้ดำเนินการให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ เร่งรัดการโอน/เปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร เพื่อเป็นเงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้างของสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) ที่ได้รับอนุมัติวงเงินแล้ว

     รวมทั้งปรับปรุงและทบทวนเงื่อนไข หลักเกณฑ์ และวิธีการคำนวณสัญญาแบบปรับราคาได้ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพื่อรองรับความผันผวนของราคาน้ำมันและราคาวัสดุ
      3.2 มาตรการสำหรับ SMEs : กระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารออมสินดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย วงเงิน 100,000 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนเพื่อปรับตัว (Transformation) ทั้งในด้านความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดิจิทัล เทคโนโลยี เป็นต้น

     สามารถขอรับความช่วยเหลือตามมาตรการดังกล่าวนี้ได้ นอกจากนี้ ยังมีโครงการสินเชื่อ SME Green Productivity ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นเงินลงทุน และ/หรือเงินทุนหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการ SMEs ในการยกระดับและเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งโครงการดังกล่าวครอบคลุมผู้ประกอบการที่มีกระบวนการผลิตหรือเทคโนโลยีลดการใช้พลังงาน ระบบพลังงานทดแทน และเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) และรถสมัยใหม่ที่ปล่อยมลพิษต่ำ

      โดยอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ใน 3 ปีแรก วงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อราย และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยได้มีมาตรการ EXIM Support Plus เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับผู้ส่งออกไทยที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงหรือทางอ้อมจากสถานการณ์ดังกล่าวที่ทำให้ต้นทุนขนส่งสูงขึ้น โดยคิดอัตราดอกเบี้ยสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ร้อยละ 4.00 ต่อปี และยังมีโครงการประกันการส่งออกด้วยอัตราเบี้ยประกันพิเศษสำหรับประกันความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากวิกฤตตะวันออกกลาง

 

4. มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับภาคขนส่ง
      คณะรัฐมนตรีได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อช่วยอุดหนุนค่าน้ำมันแก่ภาคขนส่งเป็นระยะเวลารวม 42 วัน (ตั้งแต่ 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569) ในวงเงินจำนวนรวม 2,061 ล้านบาท ให้แก่ 1) กลุ่มรถบรรทุกไม่ประจำทาง (รถบรรทุกขนาดใหญ่ 10 ล้อขึ้นไป และรถบรรทุกขนาดเล็กน้อยกว่า 10 ล้อ) จำนวน 1,354 ล้านบาท 2) กลุ่มรถจักรยานยนต์สาธารณะ จำนวน 97 ล้านบาท 3) กลุ่มรถโดยสารสาธารณะหมวด 2 และหมวด 3 (รถตู้โดยสาร และรถมินิบัส) จำนวน 81 ล้านบาท 4) กลุ่มรถโดยสารสาธารณะหมวด 4 จำนวน 9 ล้านบาท 5) กลุ่มรถแท็กซี่ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 8 ล้านบาท 5) กลุ่มรถโดยสารไม่ประจำทาง จำนวน 311 ล้านบาท และ 6) สนับสนุนเงินให้บริษัท ขนส่ง จำกัด เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายกลุ่มประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์โดยในช่วง 6 – 19 เมษายน 2569 จำนวน 200 ล้านบาท
       นายเอกนิติฯ ยังได้เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้สำนักงบประมาณดำเนินการพิจารณาลดการใช้งบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นงดการเดินทางไปศึกษาดูงาน หรือฝึกอบรมในต่างประเทศ และปรับรูปแบบการดำเนินการเป็นการศึกษาดูงานหรือจัดกิจกรรมภายในประเทศแทน รวมทั้งลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ โดยให้มีการปฏิบัติหน้าที่จากที่พักอาศัยของตนเอง (Work From Home) ในส่วนงานที่ไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน เพื่อลดการใช้พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรของภาครัฐ
      รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มุ่งมั่นดำเนินมาตรการข้างต้นเพื่อเร่งบรรเทาผลกระทบให้แก่เกษตรกรรายย่อย ประชาชน และผู้ประกอบการให้สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจและใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจผ่านการสร้างนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อการเติบโตของผู้ประกอบการ และวางรากฐานให้ภาคธุรกิจฟื้นตัวและขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างยั่งยืนและครอบคลุมในทุกมิติ

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
o ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โทร. 02 555 0555
o ธนาคารออมสิน โทร. 02 299 8000 หรือสายด่วน 1115
o ธนาคารอาคารสงเคราะห์ โทร. 02 645 9000
o ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย โทร. 02 169 9999
o ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย โทร. 0 2265 3000 หรือสายด่วน 1357
o กรมบัญชีกลาง โทร. 02 127 7000
o สำนักงบประมาณ โทร. 02 278 7000

 

Click Donate Support Web 

GSB720x100pxใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100CKPower 720x100QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100