ต่างชาติฉกเครื่องหมายการค้า'เต่าบิน'จดในเวียดนาม'พาณิชย์'แจ้งผู้ประกอบการค้าน
ต่างชาติฉกเครื่องหมายการค้า'เต่าบิน'จดในเวียดนาม'พาณิชย์'แจ้งผู้ประกอบการค้าน
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยผลงานโครงการ Trademark Monitor เฝ้าระวังต่างชาตินำเครื่องหมายการค้าคนไทยไปจดทะเบียนในต่างประเทศมิชอบ ปีที่ 2 ล่าสุดพบมีคนแอบเอาเครื่องหมายการค้างเต่าบินง ไปจดในเวียดนาม แจ้งผู้ประกอบการยื่นคัดค้านทันที พร้อมส่งผู้เชี่ยวชาญกฎหมายให้คำแนะนำเต็มที่ ยันเดินหน้าเฝ้าระวังต่อ หลังมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 100 ราย
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การดำเนินโครงการ Trademark Monitor เฝ้าระวังต่างชาติฉวยโอกาสนำเครื่องหมายการค้าของคนไทยไปจดทะเบียนในต่างประเทศโดยมิชอบ ปี 2 หลังจากเริ่มโครงการตั้งแต่เดือน ธ.ค.2568 จนถึงปัจจุบัน มีการตรวจพบผู้ประกอบการต่างชาติยื่นคำขอจดเครื่องหมายการค้าที่คล้ายกับเครื่องหมายการค้า “เต่าบิน” ของบริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของไทย ในประเทศเวียดนาม โดยเป็นการจดทะเบียนในกลุ่มรายการสินค้าเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติและเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ กรมจึงได้เร่งแจ้งให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าทราบเพื่อดำเนินการยื่นคัดค้านการจดทะเบียนก่อนวันครบกำหนดการใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย พร้อมมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายให้คำแนะนำเกี่ยวกับกระบวนการคัดค้านดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
“เมื่อตรวจสอบพบ กรมได้เร่งประสานเจ้าของเครื่องหมายการค้าคนไทย ยื่นคัดค้านการจดทะเบียนได้ทันท่วงที ซึ่งช่วยเพิ่มเกราะป้องกันและเสริมศักยภาพแบรนด์ไทยในตลาดโลก ตามแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่มุ่งเสริมสร้างโอกาสการเริ่มต้นและเติบโตให้กับผู้ประกอบการรายย่อยและกลุ่มคนตัวเล็กในระบบเศรษฐกิจ และตามนโยบายนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดูแลปกป้องผู้ประกอบการ SME ไทย ทั้งการเพิ่มโอกาสแข่งขัน การสร้างโอกาสทางการค้า และการปกป้องคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา”
ที่ผ่านมา กรมได้เดินหน้าโครงการ Trademark Monitor ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 มีผู้ประกอบการไทยให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการมากกว่า 100 ราย เพื่อรับบริการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศตลอดระยะเวลา 1 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยได้เฝ้าระวังการนำเครื่องหมายการค้าของคนไทยไปจดทะเบียนในต่างประเทศโดยมิชอบ มุ่งเป้าในตลาดจีนและอาเซียน ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย
โดยการดำเนินการ ได้ทำการตรวจสอบในขั้นการประกาศโฆษณา ซึ่งเป็นขั้นตอนการเผยแพร่ข้อมูลคำขอต่อสาธารณะก่อนรับจดทะเบียนของสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาต่างประเทศ และจะมีระยะเวลาให้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ยื่นคัดค้านได้ภายใน 60-90 วัน ตามกฎหมายของแต่ละประเทศ
โดยหากตรวจพบการนำเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายของผู้ประกอบการไทยไปจดทะเบียนในประเทศเหล่านี้ กรมจะแจ้งเตือนเพื่อให้เจ้าของเครื่องหมายดำเนินการยื่นคัดค้านการจดทะเบียนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อดูแลปกป้องผลประโยชน์และเป็นที่พึ่งให้กับผู้ประกอบการไทยท่ามกลางภาวะการแข่งขันทางการค้าที่เข้มข้นในปัจจุบัน
จากสถิติในปี 2568 ตลาดส่งออกเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ไทยในกลุ่มประเทศ CLMV มีมูลค่ากว่า 1,705 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยตลาดเวียดนามมีสัดส่วนสูงถึง 24% ของตลาดส่งออกที่มีศักยภาพของไทย สะท้อนให้เห็นว่าโครงการ Trademark Monitor ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการไทยจะถูกละเมิดเครื่องหมายการค้าและสูญเสียตลาดในต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเสริมพลังให้ภาคธุรกิจไทยสามารถขยายตลาดในประเทศเป้าหมายได้อย่างมั่นใจ
กรมจึงมุ่งมั่นดำเนินโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการหรือเจ้าของเครื่องหมายการค้าไทยได้รับความคุ้มครองทางการค้าในต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่เวทีการค้าโลกได้อย่างเข้มแข็ง
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ขานรับนโยบาย 10+ รุกป้อง SMEs ไทยในต่างประเทศ เผยความคืบหน้าโครงการ Trademark Monitor ไตรมาสแรก ปี 69 พบเคสฉวยโอกาสจดเครื่องหมายการค้า 'เต่าบิน' ในเวียดนาม เร่งแจ้งเตือนผู้ประกอบการไทยใช้สิทธิคัดค้านทันที!
กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เผยความคืบหน้าโครงการ Trademark Monitor เฝ้าระวังต่างชาติฉวยโอกาสนำเครื่องหมายการค้าของคนไทยไปจดทะเบียนในต่างประเทศโดยมิชอบ ล่าสุดพบกรณียื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่คล้ายกับเครื่องหมาย 'เต่าบิน'ของไทยในประเทศเวียดนาม จึงเร่งประสานเจ้าของเครื่องหมายการค้าคนไทยยื่นคัดค้านการจดทะเบียนได้ทันท่วงที ช่วยเพิ่มเกราะป้องกันและเสริมศักยภาพแบรนด์ไทยในตลาดโลก ตามแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่มุ่งเสริมสร้างโอกาสการเริ่มต้นและเติบโตให้กับผู้ประกอบการรายย่อยและกลุ่มคนตัวเล็กในระบบเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดูแลปกป้องผู้ประกอบการ SMEs ไทย โดยมอบหมายให้กรมฯ ขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกด้านทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนองต่อนโยบาย 10+ ของรัฐบาล ทั้งนโยบาย'SMEs Plus'ด้านการค้าที่มุ่งสร้างความสามารถในการแข่งขันและโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทย ผ่านการปกป้องคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับนโยบาย 'Trade Plus'ที่เร่งเสริมสร้างสถานะและความเชื่อมั่นต่อไทยในเวทีโลก โดยยกระดับความมั่นคงทางเศรษฐกิจผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศและการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ขานรับนโยบายดังกล่าวและเดินหน้าโครงการ Trademark Monitor อย่างเข้มข้น โดยเฝ้าระวังการนำเครื่องหมายการค้าของคนไทยไปจดทะเบียนในต่างประเทศโดยมิชอบ มุ่งเป้าในตลาดจีนและอาเซียนซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย โดยมีการตรวจสอบในขั้นการประกาศโฆษณา ซึ่งเป็นขั้นตอนการเผยแพร่ข้อมูลคำขอต่อสาธารณะก่อนรับจดทะเบียนของสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาต่างประเทศ
โดยจะมีระยะเวลาให้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านี้ ยื่นคัดค้านได้ภายใน 60-90 วัน ตามกฎหมายของแต่ละประเทศ หากตรวจพบการนำเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายของผู้ประกอบการไทยไปจดทะเบียนในประเทศเหล่านี้ กรมฯ จะแจ้งเตือนเพื่อให้เจ้าของเครื่องหมายดำเนินการยื่นคัดค้านการจดทะเบียนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อดูแลปกป้องผลประโยชน์และเป็นที่พึ่งให้กับผู้ประกอบการไทยท่ามกลางภาวะการแข่งขันทางการค้าที่เข้มข้นในปัจจุบัน
นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ ได้ดำเนินโครงการ Trademark Monitor ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมีผู้ประกอบการไทยให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการมากกว่า 100 ราย เพื่อรับบริการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศตลอดระยะเวลา 1 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งปีนี้กรมฯ ได้เริ่มโครงการมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568
ทั้งนี้ ผลจากการดำเนินงานในช่วงไตรมาสแรก ปี 2569 มีการตรวจพบผู้ประกอบการต่างชาติยื่นคำขอจดเครื่องหมายการค้าที่คล้ายกับเครื่องหมายการค้า 'เต่าบิน'ของบริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของไทย ในประเทศเวียดนาม โดยเป็นการจดทะเบียนในกลุ่มรายการสินค้าเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติและเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ กรมฯ จึงได้เร่งแจ้งให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าทราบเพื่อดำเนินการยื่นคัดค้านการจดทะเบียนก่อนวันครบกำหนดการใช้สิทธิตามกฎหมาย พร้อมมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายให้คำแนะนำเกี่ยวกับกระบวนการคัดค้านดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ จากสถิติในปี 2568 ตลาดส่งออกเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ไทยในกลุ่มประเทศ CLMV มีมูลค่ากว่า 1,705 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยตลาดเวียดนามมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 24 ของตลาดส่งออกที่มีศักยภาพของไทย สะท้อนให้เห็นว่าโครงการ Trademark Monitor ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการไทยจะถูกละเมิดเครื่องหมายการค้าและสูญเสียตลาดในต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเสริมพลังให้ภาคธุรกิจไทยสามารถขยายตลาดในประเทศเป้าหมายได้อย่างมั่นใจ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงมุ่งมั่นดำเนินโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการหรือเจ้าของเครื่องหมายการค้าไทยได้รับความคุ้มครองทางการค้าในต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่เวทีการค้าโลกได้อย่างเข้มแข็ง
สำหรับ ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับคำปรึกษาเรื่องเครื่องหมายการค้า สามารถติดต่อ กองเครื่องหมายการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 0-2547-5006 หรือสายด่วน 1368 เว็บไซต์ www.ipthailand.go.th














