พาณิชย์ ช่วยชาวสวน ของบกลางซื้อมะพร้าวแกงราคานำตลาด รับมือผลผลิตออกมาก

Category: พาณิชย์
Published on Saturday, 18 July 2026 09:01
Hits: 240

กรนิจ rพาณิชย์ ช่วยชาวสวน ของบกลางซื้อมะพร้าวแกงราคานำตลาด รับมือผลผลิตออกมาก
      โฆษกพาณิชย์ ชี้แจงความคืบหน้าการแก้ปัญหามะพร้าวแกง ตามข้อสั่งการ'ศุภจี'ประสานโรงงาน ล้ง เข้ารับซื้อแล้วกว่า 11 ล้านลูก แต่พบมีเกษตรกรบางส่วนได้รับการช่วยเหลือไม่ทั่วถึงและตกหล่น และผลผลิตกำลังออกอีกมากในช่วงนี้ มอบกรมการค้าภายในของบกลาง เพื่อรับซื้อมะพร้าวแกงในราคานำตลาด มอบกรมการค้าต่างประเทศติดตามการนำเข้ามะพร้าวอย่างใกล้ชิดต่อไป
      นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหามะพร้าวแกงตามข้อสั่งการของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่แหล่งปลูกมะพร้าว ได้แก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร ได้ประสานโรงงาน ผู้ประกอบการ และล้ง เข้ารับซื้อมะพร้าวแกงจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยรับซื้อแล้วกว่า 11 ล้านลูก จากเป้าหมาย 10 ล้านลูก แยกเป็น จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 5.88 ล้านลูก จังหวัดนครศรีธรรมราช 0.724 ล้านลูก และจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชุมพร รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ 5.36 ล้านลูก
       ทั้งนี้ จากการติดตามข้อมูลในพื้นที่ พบว่า ยังมีกลุ่มเกษตรกรบางส่วนที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่รับซื้อผ่านเครือข่ายล้งและกลุ่มเกษตรกรคู่ค้าเดิม ประกอบกับมีข้อจำกัดด้านมาตรฐานที่ผู้นำเข้ากำหนด เช่น GAP, Monkey-free Certificate และระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) กระทรวงพาณิชย์จึงมอบหมายให้กรมการค้าภายในของบกลางเพื่อรับซื้อมะพร้าวแกงในราคานำตลาดเพิ่มเติม ควบคู่กับการสำรวจกลุ่มเกษตรกรที่ยังตกหล่น เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง และรองรับผลผลิตที่จะทยอยออกสู่ตลาดในช่วงนี้
       ด้านการนำเข้า กรมการค้าต่างประเทศได้ขอความร่วมมือผู้นำเข้าและโรงงานผลิตกะทิให้งดการนำเข้ามะพร้าวในช่วงผลผลิตภายในประเทศออกสู่ตลาด ซึ่งโรงงานยืนยันว่าจะใช้มะพร้าวในประเทศเป็นวัตถุดิบหลัก โดยจากการสำรวจโรงงานแปรรูปมะพร้าว 9 ราย พบว่า ใช้มะพร้าวในประเทศเป็นวัตถุดิบร้อยละ 80 และนำเข้าเพียงร้อยละ 20 ขณะที่การนำเข้ามะพร้าวในช่วง 5 เดือนของปี 2569 (ม.ค.-พ.ค.) มีปริมาณ 79,388 ตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 190,734 ตัน หรือลดลงกว่าร้อยละ 60 ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศยังสามารถติดตามการนำเข้าของโรงงานได้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากโรงงานต้องขอหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีนอกโควตา WTO (ร.4)
     “กระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้าดูแลราคามะพร้าวแกงอย่างต่อเนื่อง ทั้งการของบกลางเพื่อรับซื้อมะพร้าวแกงในราคานำตลาด การกำกับดูแลการนำเข้าไม่ให้กระทบผลผลิตในประเทศ และการส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต ให้เกษตรกรจำหน่ายมะพร้าวได้ในราคาที่สูงกว่าต้นทุนการผลิต”นายกรนิจกล่าว
       ส่วนในระยะยาว กระทรวงพาณิชย์จะบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สถาบันการศึกษา และสถาบันการเงิน เพื่อแก้ไขปัญหาตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยมุ่งลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ส่งเสริมให้เกษตรกรและผู้ประกอบการเข้าถึงมาตรฐานการส่งออก เพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปภายใต้แนวคิด Circular Economy และสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
      ปัจจุบัน สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร คาดการณ์ผลผลิตมะพร้าวแกงปี 2569 อยู่ที่ 608 ล้านลูก เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 จากปีก่อน โดยผลผลิตเริ่มออกมากตั้งแต่เดือน มิ.ย.2569 และคาดว่าจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดอีกประมาณ 69 ล้านลูกในช่วงปัจจุบันถึงเดือน ส.ค.2569 ซึ่งโรงงานและล้งอาจรองรับได้ไม่ทั้งหมด กระทรวงพาณิชย์จึงเตรียมมาตรการรองรับไว้ล่วงหน้า เพื่อผลักดันให้เกษตรกรจำหน่ายมะพร้าวแกงได้ในราคาที่คุ้มค่ากับต้นทุน และได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง

 

ช่วยชาวสวนคต.ลุยแก้ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ ดันโรงงานซื้อมะพร้าวไทยแทนนำเข้า
      กรมการค้าต่างประเทศไม่รอช้า เร่งแก้ปัญหาราคามะพร้าวผลแก่ตกต่ำโดยประสานผู้ประกอบการเพิ่มการรับซื้อมะพร้าวในประเทศ ควบคู่การขอความร่วมมือชะลอการนำเข้า พร้อมลงพื้นที่รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากเกษตรกร เพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับเกษตรกรและสร้างความสมดุลให้ตลาดมะพร้าว
      นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากรมการค้าต่างประเทศได้ติดตามและเข้มงวดการนำเข้ามะพร้าวผลแก่มาโดยตลอด โดยการนำเข้ากรอบ WTO ในโควตา และ AFTA ซึ่งผู้นำเข้าจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีต้องปฏิบัติตามมาตรการที่เข้มงวด อาทิ ผู้มีสิทธินำเข้าต้องเป็นโรงงานที่ใช้มะพร้าวเป็นวัตถุดิบในการผลิต กำหนดช่วงเวลานำเข้า และเฉพาะกรณี AFTA ห้ามนำมะพร้าวนำเข้าไปจำหน่ายจ่ายโอนและห้ามนำไปจ้างกะเทาะนอกโรงงาน เป็นต้น
      ซึ่งทำให้ปัจจุบันไม่มีผู้นำเข้ามะพร้าวผลแก่โดยใช้สิทธิทั้ง 2 กรอบความตกลงดังกล่าว และการนำเข้าทุกกรอบความตกลงกำหนดให้นำเข้าได้เพียง 2 ด่าน (ด่านสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพฯ และแหลมฉบัง) ทั้งนี้ สำหรับกรอบ WTO นอกโควตา ซึ่งผู้นำเข้าใช้สิทธินำเข้าในปัจจุบัน (ภาษีร้อยละ 54) กรมฯ ได้มีการกำหนดมาตรการเพิ่มเติมโดยขอความร่วมมือผู้นำเข้าให้ชะลอการนำเข้าในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมาก พร้อมทั้งขอให้ช่วยรับซื้อผลผลิตมะพร้าวจากเกษตรกรในประเทศเป็นอันดับแรก และตั้งแต่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นมา ได้ขอความร่วมมือผู้นำเข้าให้ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นการนำเข้าให้ กรมฯ ทราบก่อนขอหนังสือรับรองประกอบการนำเข้า
         สำหรับ ปี 2569 ซึ่งมีผลผลิตในประเทศออกสู่ตลาดมากตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวประสบปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำอย่างหนัก กรมฯ ไม่นิ่งนอนใจโดยได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาตามบัญชารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธ์) ที่ให้ติดตามสถานการณ์มะพร้าวผลแก่อย่างใกล้ชิด โดยได้จัดประชุมหารือร่วมกับผู้นำเข้าโดยทันที เพื่อขอให้ผู้นำเข้าชะลอการนำเข้ามะพร้าว และเพิ่มการรับซื้อผลผลิตในประเทศ โดยเฉพาะมะพร้าวผลแก่คงค้างในประเทศกว่า 10 ล้านผล ซึ่งผู้นำเข้าพร้อมให้ความร่วมมือที่จะระบายมะพร้าวคงค้างภายในเดือนกรกฎาคมนี้
       ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 – 6 กรกฎาคม 2569 คต. ได้มอบหมายให้รองอธิบดี(นายดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย) ลงพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดชุมพร ร่วมกับกรมการค้าภายใน โดยพบหารือกับกลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้รวบรวม และผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์และแจ้งความคืบหน้าการดำเนินการของกรมฯ ดังกล่าว จนปัจจุบันผู้นำเข้าได้ชะลอการนำเข้ามะพร้าวผลแก่เกือบทั้งหมดแล้ว ทั้งนี้ กรมฯ จะนำข้อมูลข้อเท็จจริง และข้อเสนอเกษตรกรที่ได้จากการลงพื้นที่ เสนอต่อคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช เพื่อเร่งผลักดันแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนในระดับนโยบายโดยเร่งด่วนต่อไป
      นางอารดาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปี 2569 (ม.ค. – พ.ค.) ไทยมีการนำเข้ามะพร้าวผลแก่ 79,126.99 ตัน ลดลงเกือบร้อยละ 60 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีการนำเข้า 188,858.22 ตัน ซึ่งทั้งหมดเป็นการนำเข้าโดยใช้สิทธิชำระภาษีนอกโควตา WTO และมีผู้นำเข้าซึ่งเป็นโรงงานผลิตกะทิสำเร็จรูปส่วนใหญ่ผลิตเพื่อส่งออกเพียง 10 ราย ทั้งนี้ การส่งออกกะทิสำเร็จรูปและกะทิแช่แข็งที่เป็นอีกหนึ่งสินค้าส่งออกสำคัญของไทย ปี 2569 (ม.ค. – พ.ค.) มีมูลค่าการส่งออกกว่า 6,134.08 ล้านบาท
       นางอารดาฯ กล่าวย้ำว่า กรมการค้าต่างประเทศมุ่งบริหารจัดการการนำเข้าสินค้ามะพร้าวให้สอดคล้องกับสถานการณ์โดยเป็นไปตามมติคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช ควบคู่กับการรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน โดยจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การบริหารจัดการการนำเข้าและผลผลิตมะพร้าวในประเทศเกิดความสมดุล สอดคล้องกับสถานการณ์ และเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร ผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรมมะพร้าวไทยอย่างยั่งยืน

 

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100