DITP สำรวจตลาดชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ในเยอรมนี เผยสินค้าไทยมีโอกาสขาย
DITP สำรวจตลาดชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ในเยอรมนี เผยสินค้าไทยมีโอกาสขาย
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจตลาดชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ในเยอรมนี พบชิ้นส่วนเครื่องยนต์สันดาป ยังมีความต้องการอยู่ แต่เริ่มเป็นไฮบริด มีความต้องการชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เผยไทยมีโอกาสส่งออกไปขาย แต่ต้องเข้มคุณภาพ และใช้เวทีงานแสดงสินค้า เปิดตัวและแนะนำสินค้า
น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก เร่งขยายตลาดสินค้าไทยและบริการไทย ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจาก น.ส.เนตรนภิศ จุลกนิษฐ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ถึงผลการสำรวจธุรกิจชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ในเยอรมนี และโอกาสในการส่งออกสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยเข้าไปจำหน่ายในตลาดเยอรมนี
โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานผลการสำรวจตลาดอะไหล่รถยนต์ในเยอรมนี พบว่า กลุ่มชิ้นส่วนเครื่องยนต์สันดาปภายใน ยังคงมีความต้องการอยู่ แต่เริ่มเข้าสู่ระบบไฮบริด คือ ต้องมีชิ้นส่วนยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปเพื่อรักษาตลาดเดิม แต่ในเวลาเดียวกัน ต้องเริ่มสต็อกสินค้าของรถไฟฟ้า (EV) เพื่อป้อนความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นจากการขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้า
ส่วนพฤติกรรมของผู้บริโภค พบว่า ต้องการความโปร่งใส โดยการเปรียบเทียบราคา การจัดหาสินค้าของผู้ประกอบการ และให้ความสำคัญกับราคาต้องมาก่อน จากภาวะอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืนและความโปร่งใส ข้อมูลการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ การรีไซเคิล
น.ส.สุนันทา กล่าวว่า ไทยในฐานะที่เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์สันดาปภายในมาเป็นเวลายาวนาน ต้องเผชิญกับความท้าทายของเทรนด์ใหม่ของตลาดยานยนต์ จึงต้องปรับตัวและวางตำแหน่งเป็นศูนย์กลางการผลิตในภูมิภาคสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า จากการที่ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จีนมาตั้งฐานการผลิตในไทย และการเกิดอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วน ทั้งแบตเตอรี อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะเป็นโอกาสสำหรับการส่งออกอะไหล่รถยนต์ไปยังเยอรมนีเช่นเดียวกัน แต่มีข้อพึงระวัง คือ ต้องให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล ที่เยอรมนีให้ความสำคัญและเข้มงวดในเรื่องนี้
นอกจากนี้ จะต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และการรับรองมาตรฐาน (เครื่องหมาย E) โดยชิ้นส่วนอะไหล่ที่มีผลต่อความปลอดภัยของยานพาหนะหรือสิ่งแวดล้อม เช่น เบรก ไฟ ยาง กระจกหน้ารถ ต้องได้รับการรับรองทั้งสิ้น ส่วนการส่งออกไปจำหน่าย ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขพิธีการศุลกากรอย่างเคร่งครัด
สำหรับ การเข้าสู่ตลาดเยอรมนี ผู้ประกอบการไทยควรจะใช้งานแสดงสินค้า เป็นใบเบิกทางแนะนำสินค้า เช่น งาน WM Werkstattmesse ณ กรุงเบอร์ลิน ระหว่างวันที่ 24–26 เม.ย.2569 ,งาน ณ เมือง Dortmund ระหว่างวันที่ 4–6 ก.ย.2569 และงาน ณ เมืองมิวนิค ระหว่างวันที่ 16–18 ต.ค.2569 โดยงาน WM Werkstattmesse หรืองานแสดงสินค้าสำหรับอู่ซ่อมรถ เป็นงานแสดงสินค้าระดับท้องถิ่นขนาดใหญ่สำหรับผู้ผลิตจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์สำหรับอู่ซ่อมรถ และอุปกรณ์เสริมที่จัดขึ้น 3 เมืองในเยอรมนีในระยะเวลาที่ต่างกัน รวมถึงการเข้าร่วมงาน Automechanika Frankfurt ระหว่างวันที่ 8–12 ก.ย.2569 เป็นงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติชั้นนำสำหรับตลาดอะไหล่รถยนต์โดยเฉพาะ และงาน AAGtechnika 2569 (Münster) ระหว่างวันที่ 24–25 ต.ค.2569 เป็นแพลตฟอร์มสำหรับผู้ค้าปลีกชิ้นส่วนยานยนต์อิสระและอู่ซ่อมรถ














