การจัดทำบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปียว่าด้วยการจัดตั้งกลไกการประชุมหารือทางการเมือง
การจัดทำบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปียว่าด้วยการจัดตั้งกลไกการประชุมหารือทางการเมือง

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เสนอ ดังนี้
1. เห็นชอบต่อร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปีย (เอธิโอเปีย) ว่าด้วยการจัดตั้งกลไกการประชุมหารือทางการเมือง ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงถ้อยคำของร่างบันทึกความเข้าใจฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญ เพื่อให้สอดคล้องกับผลประโยชน์และนโยบายของไทย ให้ กต. สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง
2. อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายลงนามในบันทึกความเข้าใจฯ
สาระสำคัญของเรื่อง
1. ประเทศไทยกับเอธิโอเปียสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2507 ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยในปี 2568 ฝ่ายเอธิโอเปียได้เสนอให้มีการจัดตั้งกลไกการประชุมหารือทางการเมืองระหว่าง กต. ของทั้งสองประเทศ และได้ส่งร่างบันทึกความเข้าใจฯ ให้ฝ่ายไทยพิจารณา ซึ่งปัจจุบันทั้งสองฝ่ายได้เจรจาร่างบันทึกความเข้าใจจนได้ข้อสรุปแล้ว
2. เรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปีย ว่าด้วยการจัดตั้งกลไกการประชุมหารือทางการเมือง (ร่างบันทึกความเข้าใจฯ) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดตั้งกลไกการประชุมหารือทางการเมืองอย่างสม่ำเสมอเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับกิจการทวิภาคีและกิจการระหว่างประเทศที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน เช่น (1) ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ สังคมและการศึกษา (3) ประเด็นทางการเมืองและความมั่นคงระดับโลกที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงการต่อต้านการก่อการร้าย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การส่งเสริมสิทธิทางวัฒนธรรมและศาสนา
3. กต. แจ้งว่า ร่างบันทึกความเข้าใจฯ ไม่มีถ้อยคำหรือบริบทที่มุ่งจะก่อให้เกิดพันธกรณีภายใต้บังคับของกฎหมายระหว่างประเทศ จึงไม่เป็นสนธิสัญญาตามกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่เป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 5 สิงหาคม 2569
g15














