การดำเนินการตามข้อสังเกตโดยสรุป (Concluding Observations) ของคณะกรรมการประจำอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี ต่อรายงานผลการดำเนินงานของประเทศไทยตามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ ฉบับที่ 8

Category: มติ ครม.
Published on Thursday, 06 August 2026 09:41
Hits: 194

 

การดำเนินการตามข้อสังเกตโดยสรุป (Concluding Observations) ของคณะกรรมการประจำอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี ต่อรายงานผลการดำเนินงานของประเทศไทยตามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ ฉบับที่ 8

 

Gov 6

 

          คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบและเห็นชอบตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอ ข้อสังเกตโดยสรุป (Concluding Observations) ของคณะกรรมการประจำอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี ต่อรายงานผลการดำเนินงานของประเทศไทยตามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ ฉบับที่ 8 (ข้อสังเกตฯ) และตารางหน่วยงานรับผิดชอบเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามข้อสังเกตฯ ของคณะกรรมการประจำอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี (คณะกรรมการประจำอนุสัญญาฯ) โดยให้ พม. และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของ กก. และ วธ. ข้อสังเกตของ สศช. และข้อเสนอแนะของ ทส. ไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

          สาระสำคัญของเรื่อง

          1. สืบเนื่องจากกรณีที่ประเทศไทยในฐานะรัฐภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (Convention on the Elimination of All Forms of Discrimination against Women: CEDAW) (อนุสัญญาฯ) ได้จัดทำรายงานผลการดำเนินงานของประเทศไทยตามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ ฉบับที่ 8 เพื่อชี้แจงถึงมาตรการต่าง ๆ และผลการดำเนินงานของประเทศไทยตามอนุสัญญาฯ เสนอต่อคณะกรรมการประจำอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี (คณะกรรมการประจำอนุสัญญาฯ) เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าวได้มีข้อสังเกตเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2568 ครอบคลุมประเด็นข้อห่วงกังวลและข้อเสนอแนะในประเด็นต่าง ๆ โดยมีข้อเสนอแนะอย่างเร่งด่วนจำนวน 5 ข้อ ที่ขอให้ประเทศไทยดำเนินการอย่างเร่งด่วนและจัดส่งข้อมูลผลการดำเนินการเป็นลายลักษณ์อักษรให้คณะกรรมการประจำอนุสัญญาฯ ทราบภายใน 2 ปี (ภายในเดือนมิถุนายน 2570) ประกอบด้วย (1) การเร่งรัดแก้ไขพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 เกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติต่อสตรี เช่น ให้มีการบัญญัติคำจำกัดความของการเลือกปฏิบัติต่อสตรี (2) การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสตรีในกระบวนการเจรจาสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (3) การเร่งรัดการยกเลิกความผิดทางอาญาต่อสตรีที่ค้าประเวณีที่ส่งผลให้ถูกจับกุม ถูกตีตรา หรือถูกปฏิเสธที่จะได้รับสิทธิแรงงาน (4) การห้ามการคุกคามทางเพศทุกรูปแบบ รวมทั้งการตรากฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวกับการกระทำความผิดต่อเด็กผ่านสื่อออนไลน์ และ (5) การส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่และเท่าเทียมของสตรีในการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ เช่น การสร้างวัฒนธรรมการเคารพสตรีและความเท่าเทียมทางเพศในภาคเอกชน คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการปฏิบัติตามอนุสัญญาฯ จึงได้พิจารณากำหนดหน่วยงานรับผิดชอบตามประเด็นข้อสังเกตของคณะกรรมการประจำอนุสัญญาฯ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการและรายงานคณะกรรมการประจำอนุสัญญาฯ ทราบ ดังนั้น พม. จึงเสนอคณะรัฐมนตรีรับทราบข้อสังเกตโดยสรุปของคณะกรรมการประจำอนุสัญญาฯ และตารางหน่วยงานรับผิดชอบเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามข้อสังเกตดังกล่าว พร้อมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ พิจารณาดำเนินการตามข้อสังเกตดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

          2. กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กระทรวงยุติธรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งแห่งชาติ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้พิจารณาแล้วเห็นชอบ/ไม่มีข้อขัดข้อง/เห็นควรรับทราบตามที่ พม. เสนอ โดยมีความเห็น ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะเพิ่มเติมบางประการ เช่น ในส่วนของการกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบในการขับเคลื่อนการดำเนินการตามข้อเสนอแนะ ของอนุสัญญาฯ ยังมีบางหน่วยงานที่มีภารกิจและบทบาทสอดคล้องกับประเด็นตามข้อเสนอแนะ ซึ่งอาจพิจารณาให้เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเพิ่มเติม เช่น สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ในประเด็นการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งในประเด็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของสตรี อันจะช่วยให้การปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศของประเทศไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า เอกสารข้อสังเกตโดยสรุปของคณะกรรมการประจำอนุสัญญาฯ มิใช่เอกสารที่จะต้องมีการรับรอง กรณีจึงไม่มีประเด็นต้องพิจารณาเกี่ยวกับการเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชยามาจักรไทย และเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของคณะรัฐมนตรีที่จะพิจารณารับทราบข้อสังเกตและมอบหมายหน่วยงานต่าง ๆ ได้ตามที่เห็นสมควร

 

 

(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 5 สิงหาคม 2569

 

 

g17

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100