การขอความเห็นชอบบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน และบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการจ้างแรงงานระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
การขอความเห็นชอบบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน และบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการจ้างแรงงานระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ดังนี้
1. เห็นชอบบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน และบันทึกข้อตกลง (Agreement) ว่าด้วยการจ้างแรงงานระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ทั้งนี้หากมีความจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงเอกสารข้างต้นในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญ และไม่ขัดกับหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้ ให้กระทรวงแรงงานสามารถดำเนินการได้โดยนำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง พร้อมทั้งชี้แจงเหตุผล ความจำเป็น และประโยชน์ที่ประเทศไทยได้รับจากการแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว
2. อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นผู้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน และบันทึกข้อตกลง (Agreement) ว่าด้วยการจ้างแรงงานระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยไม่ต้องแลกเปลี่ยนหนังสือมอบอำนาจเต็ม (Full Powers)
สาระสำคัญ
1. บันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ฉบับปรับปรุง ประกอบด้วยบทนำ และเนื้อหา จำนวน 10 ข้อ เช่น
1) การระบุให้ MOU ฉบับใหม่ใช้ทดแทนฉบับเดิม และกำหนดหน่วยงานผู้มีอำนาจ โดยฝ่ายไทยคือกระทรวงแรงงาน และฝ่ายเมียนมาคือกระทรวงแรงงาน (เดิมใช้ชื่อว่ากระทรวงแรงงาน การย้ายถิ่นฐานและประชากร)
2) ระบุขอบเขตของความร่วมมือทางวิชาการ เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูลในด้านต่าง ๆ การแลกเปลี่ยนการเยือนของบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญ การแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อป้องกันการจ้างงานอย่างผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ แบ่งปันข้อมูลตลาดแรงงาน กฎหมาย และโอกาสในการจ้างงาน หรือสาขาความร่วมมืออื่น ๆ ตามแต่จะตกลงกัน
3) ความร่วมมือในด้านการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน
4) วิธีการดำเนินความร่วมมือ เช่น การแลกเปลี่ยนการปฏิบัติที่ดี ข้อมูล คู่มือ และความเชี่ยวชาญ โดยการจัดทำโครงการร่วม การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการประชุมหารือ ตามแต่จะตกลงกัน ซึ่งพิจารณาจากประโยชน์ของประเทศและทรัพยากรที่มีอยู่ โดยอาจจัดทำความตกลงแยกเป็นการเฉพาะ
5) การส่งเสริมความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการส่งและรับแรงงานอย่างถูกกฎหมายระหว่างกัน โดยตกลงที่จะจัดทำบันทึกข้อตกลงด้านการจ้างแรงงาน เพื่อให้แรงงานได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมตามกฎหมาย ระเบียบ และนโยบายของภาคีผู้รับ
2. บันทึกข้อตกลง (Agreement) ว่าด้วยการจ้างแรงงานระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ฉบับปรับปรุง ประกอบด้วยบทนำ และเนื้อหาจำนวน 15 ข้อ เช่น
1) วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาและขยายความร่วมมือ และจัดทำกรอบในการอำนวยความสะดวกการจ้างงานแบบมีสัญญาจ้าง ให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส บนพื้นฐานของสิทธิ และความคุ้มค่า โดยดำเนินมาตรการ จำนวน 3 ด้าน ได้แก่ (1) กระบวนการที่เหมาะสมในการจ้างงาน (2) กระบวนการในการส่งแรงงานที่ทำงานครบกำหนดกลับประเทศ และ (3) แรงงานได้รับสิทธิคุ้มครองตามกฎหมาย และสัญญาจ้าง
2) คำจำกัดความ กำหนดนิยามของ แรงงาน นายจ้าง หน่วยงานผู้ส่ง และหน่วยงานผู้รับ
3) หน่วยงานผู้มีอำนาจ โดยฝ่ายไทยคือกระทรวงแรงงาน และฝ่ายเมียนมาคือกระทรวงแรงงาน วัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและสร้างกรอบในการส่งเสริมให้มีการจ้างงานตามสัญญาจ้างสำหรับแรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส เคารพสิทธิ และคุ้มค่า โดยกำหนดมาตรการจำนวน 3 ด้าน ได้แก่ (1) มีกระบวนการที่เหมาะสมในการจ้างงาน (2) มีกระบวนการในการจัดส่งแรงงานที่สัญญาจ้างครบกำหนดกลับประเทศ และ (3) แรงงานได้รับสิทธิคุ้มครองตามกฎหมาย และสัญญาจ้าง
4) การใช้กฎหมาย การสรรหาแรงงานและการเดินทางเข้าประเทศต้องเป็นไปตามกฎหมายของทั้งสองประเทศ โดยแรงงานต้องปฏิบัติตามกฎหมายและจารีตประเพณีของประเทศผู้รับโดยไม่เข้าร่วมหรือแทรกแซงในกิจกรรมทางการเมืองหรือกิจการภายในประเทศผู้รับ รวมถึงต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน และจ่ายภาษี ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายของทั้งสองประเทศ
ประโยชน์และผลกระทบ
การจ้างแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท เพื่อให้การจ้างงานเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและลดปัญหาการลักลอบ เข้าเมือง แรงงานต่างด้าวจำเป็นต้องปฏิบัติตามกระบวนการตามที่กำหนดไว้คือการทำ MOU หรือ Memorandum of Understanding เพื่อการจ้างงานที่ถูกกฎหมาย การทำ MOU ช่วยให้แรงงานต่างด้าว มีสถานะการทำงานที่ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศไทย รวมถึงได้รับใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และวีซ่า ที่เหมาะสมสำหรับการพำนักในประเทศ ป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์
การปรับปรุงบันทึกความเข้าใจฯ (MOU) และบันทึกข้อตกลงฯ (Agreement) ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เป็นไปโดยสอดคล้องกับความต้องการการจ้างงานในปัจจุบันเพื่อให้การจ้างงานต่อเนื่อง
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 5 สิงหาคม 2569
g20














