DEmark 2026 ยกระดับดีไซน์ไทย เปิดมิติใหม่ สร้างมูลค่าการออกแบบ เพิ่มความน่าเชื่อถือ สู่ตลาดสากล
DEmark 2026 ยกระดับดีไซน์ไทย เปิดมิติใหม่ สร้างมูลค่าการออกแบบ
เพิ่มความน่าเชื่อถือ สู่ตลาดสากล

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าโครงการรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยม ปี 2569 หรือ Design Excellence Award 2026 (DEmark 2026)ภายใต้แนวคิด“The Next Dimension of Design: มิติใหม่แห่งงานดีไซน์ มิติใหม่สู่อนาคต”ตอกย้ำบทบาทของ “การออกแบบ” ในฐานะเครื่องมือสำคัญในการยกระดับสินค้าและบริการไทย สร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่า สร้างความน่าเชื่อถือ และเปิดโอกาสสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นายสุรินทร สุนทรสนานรองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า “การแข่งขันของสินค้าและบริการของไทยต้องแข่งขันด้วยความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม คุณภาพ ประสบการณ์ และคุณค่าที่แตกต่างดังนั้น “การออกแบบ” จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยสร้างสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูงขึ้นและสามารถเติบโตในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืนอนาคตของงานออกแบบไทยไม่ได้อยู่เพียงแค่การสร้างผลงานที่ดี แต่คือการสร้างผลงานที่ “ไปได้ไกล” และสร้างคุณค่าได้จริง
ปีนี้มีผู้ประกอบการและนักออกแบบส่งผลงานเข้าร่วมโครงการจำนวน620 ผลงานและผ่านการพิจารณาได้รับรางวัลDEmark 2026 จำนวน 128 ผลงานจากผู้สมัคร107 รายครอบคลุม8 สาขาการออกแบบได้แก่ Furniture, Lifestyle, Accessories & Wearable, Industrial & IoT, Packaging Design, Graphic & Communication Design, Interior Design และ System Service & Digital Platform

นอกจากนี้ ในปีนี้ยังมีการมอบรางวัลพิเศษ 17 ผลงานแบ่งเป็นSocial Impact 9 ผลงานและAspiring Designer 8 ผลงานเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของการออกแบบที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องความสวยงามหรือรูปแบบของผลิตภัณฑ์ แต่ยังสามารถตอบโจทย์สังคม สร้างผลกระทบเชิงบวก และเปิดพื้นที่ให้กับนักออกแบบรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพรวมถึงผลงานที่ได้รับรางวัลBest Design จำนวน 8ผลงาน ซึ่งเป็นผลงานที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งสามารถส่งออกสินค้าและบริการไปยังต่างประเทศ

รางวัลการออกแบบยอดเยี่ยม หรือDesign Excellence Award (DEmark)จัดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 และก้าวสู่ปีที่ 19ในปีนี้ รางวัล DEmark ถือเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพด้านการออกแบบที่ช่วยสร้างความแตกต่าง เพิ่มความน่าเชื่อถือ และเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการของไทย พร้อมต่อยอดสู่โอกาสทางการค้าในตลาดสากลตลอดระยะเวลา 19 ที่ผ่านมา มีผลงานที่ได้รับการประกาศรางวัลอย่างเป็นทางการ รวม1,448ผลงานสะท้อนพัฒนาการของงานออกแบบไทย และบทบาทของ “ดีไซน์” ในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยอย่างต่อเนื่องทำให้ DEmarkไม่ได้เป็นเพียงเวทีประกวดผลงาน แต่เป็น กลไกที่ช่วยผลักดันให้นักออกแบบและผู้ประกอบการไทยพัฒนาสินค้าและบริการให้มีศักยภาพในการแข่งขันในระดับสากล

อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญของรางวัลDEmarkคือความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการออกแบบของประเทศญี่ปุ่นโดยได้รับความร่วมมือจากองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO)และJapan Institute of Design Promotion (JDP)ซึ่งสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญจากGood Design Award หรือ G-Mark ประเทศญี่ปุ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางและสนับสนุนกระบวนการพิจารณารางวัล เพื่อยกระดับมาตรฐานของ DEmarkให้มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
นอกจากนี้ ผลงานที่ได้รับรางวัล DEmarkยังมีโอกาสต่อยอดสู่เวทีGood Design Award (G-Mark) ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นหนึ่งในเวทีด้านการออกแบบที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ช่วยเปิดโอกาสให้ผลงานไทยได้รับการมองเห็นจากผู้ประกอบการ นักออกแบบ และตลาดต่างประเทศมากยิ่งขึ้น

การเชื่อมโยงระหว่าง DEmarkและ G-Mark จึงไม่ได้เป็นเพียงการส่งผลงานเข้าประกวดในต่างประเทศ
แต่เป็นอีกหนึ่งกลไกในการสร้างInternational Visibilityให้กับงานออกแบบไทย และเพิ่มโอกาสในการ
ต่อยอดเชิงพาณิชย์ในตลาดโลก
ผลงาน ที่ได้รับรางวัล Design Excellence Award 2026ในสาขาต่างๆ จำนวน 128ผลงาน ใน 8 สาขารางวัล มีดังนี้
1. กลุ่มสินค้าเฟอร์นิเจอร์ (Furniture) จำนวน 11 ผลงาน
2. กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) : (Gift & Decorative Items / Household Items)
จำนวน 13 ผลงาน
3. กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี (Industrial & IoT) :
จำนวน 16 ผลงาน
4. กลุ่มสินค้าเครื่องแต่งกาย/เครื่องประดับและนวัตกรรมสิ่งทอ(Accessories & Wearable):
จำนวน 12 ผลงาน
5. กลุ่มผลงานออกแบบบรรจุภัณฑ์ (Packaging)
จำนวน 12 ผลงาน
6. กลุ่มผลงานการออกแบบกราฟิกและการสื่อสาร (Graphic & Communication Design):
จำนวน 44 ผลงานแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มดังนี้
Group A : Branding & Identity Design จำนวน 18 ผลงาน
Group B : Typography & Editorial Design จำนวน13 ผลงาน
Group C : Digital & Interactive Design จำนวน 2 ผลงาน
Group D : Illustration & Character Design จำนวน2 ผลงาน
Group E : Environment & Spatial Design จำนวน 9 ผลงาน
7. กลุ่มผลงานออกแบบตกแต่งภายในที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมร้านอาหารร้านกาแฟร้านค้าพื้นที่
ทำงานร่วมกัน อาคารชุด (Interior Design)
จำนวน13 ผลงาน
8. กลุ่มผลงานออกแบบระบบบริการและแพลตฟอร์มดิจิทัล(System Service & Digital Platform) จำนวน7ผลงาน

DEmark 2026 ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบที่สร้างคุณค่าให้กับสังคม ผ่านรางวัลพิเศษ
Social Impact จำนวน 9 ผลงานอาทิ1) AFTER ALTITUDE: MALAI SERIES โดยการบินไทย, 2) Digital Bus Stop โดยศูนย์ทดลองเมืองกรุงเทพมหานคร, 3) KNOT, 4) The Tests of Wisdom, 5) San-Pa-Koi City Identity & Key Visual, 6) Thai Type, 7) “Chai Dai” Website, 8) Bangkok Flower Market Festival: A Decade of Creative Floral District Design และ9) Joy Ride Elderly Companion
ขณะเดียวกัน รางวัลพิเศษAspiring Designer จำนวน 8 ผลงานเปิดพื้นที่ให้กับนักออกแบบและผลงานที่มีศักยภาพในการเติบโต อาทิ1) RePot, 2) Yang Wong, 3) Onson Spirit, 4) Readery Brand Identity,5) 10101 – 101 Pieces of 1 City (Bangkok Edition),6) Everything Sampang,7) PEACE HOUSE KOH PHIPHI และ8) Num EiangAstrolendar

สำหรับBest Design จำนวน 8ผลงานได้แก่ 1) ARCHIE BED, 2)Malai Collection,3) Widero,
4)BEWILD BH Ant Nest Bag5) Medicated Herbal Inhaler Water Jasmine Scent – HOLEN Brand,
6) 10101 – 101 Pieces of 1 City (Bangkok Edition), 7) Siam Societiesและ 8) Spacely AI
ผลงานเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนักออกแบบและผู้ประกอบการไทยที่สามารถนำความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี อัตลักษณ์ และความเข้าใจผู้บริโภคมาพัฒนาเป็นผลงานที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการใช้งาน คุณค่า และโอกาสทางธุรกิจ
จึงไม่ใช่เพียง“รางวัลด้านการออกแบบ”แต่เป็นเครื่องมือสำคัญของภาครัฐในการ
นำ “ดีไซน์” มาช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ตั้งแต่การสร้างมูลค่าเพิ่มและความแตกต่างให้กับสินค้า และบริการของไทยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค ไปจนถึงการสร้างโอกาส
ในการขยายตลาดและเชื่อมโยงกับเวทีระดับนานาชาติ
ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่Facebook Page: DEmark Thailand, เว็บไซต์www.demarkaward.netหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักส่งเสริมมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โทร. 0-2507-8279 หรือสายด่วน 1169














