ร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงพลังงานและแร่ธาตุแห่งรัฐสุลต่านโอมานกับกระทรวงพลังงานแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยสาขาพลังงาน
ร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงพลังงานและแร่ธาตุแห่งรัฐสุลต่านโอมานกับกระทรวงพลังงานแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยสาขาพลังงาน

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงพลังงาน (พน.) เสนอ ดังนี้
1. เห็นชอบต่อร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงพลังงานและแร่ธาตุแห่งรัฐสุลต่านโอมานกับกระทรวงพลังงานแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยสาขาพลังงาน ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องแก้ไข ปรับปรุงถ้อยคำในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญหรือไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศไทย ให้กระทรวงพลังงานสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง
2. อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงพลังงานและแร่ธาตุแห่งรัฐสุลต่านโอมานกับกระทรวงพลังงานแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยสาขาพลังงาน ในช่วงของงาน Gastech 2026 ในวันที่ 15 กันยายน 2569 ณ กรุงเทพฯ
สาระสำคัญของเรื่อง
1. กระทรวงการต่างประเทศแห่งรัฐสุลต่านโอมานได้นำส่งร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงพลังงานและแร่ธาตุแห่งรัฐสุลต่านโอมานกับกระทรวงพลังงานแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยสาขาพลังงาน (Memorandum of Understanding between the Ministry of Energy and Minerals of the Sultanate of Oman and the Ministry of Energy of the Kingdom of Thailand in the Field Energy) ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้กระทรวงพลังงานพิจารณาโดยฝ่ายโอมานเสนอให้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจฯ ระหว่างการเดินทางเยือนประเทศไทยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและแร่ธาตุแห่งรัฐสุลต่านโอมาน เพื่อเข้าร่วมงาน Gastech 2026 ระหว่างวันที่ 14 - 17 กันยายน 2569 ณ กรุงเทพฯ
2. ร่างบันทึกความเข้าใจฯ ระหว่างกระทรวงพลังงานและแร่ธาตุแห่งรัฐสุลต่านโอมานกับกระทรวงพลังงานแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยสาขาพลังงาน มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีด้านพลังงานระหว่างราชอาณาจักรไทยกับรัฐสุลต่านโอมาน และเสริมสร้างความสัมพันธ์ในมิติต่าง ๆ ดังนี้ (1) ส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างไทยกับโอมานทั้งในด้านการลงทุน การพัฒนาโครงการด้านพลังงาน การแสวงหาโอกาสความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงการลงทุนร่วมในประเทศที่สาม ตลอดจนความร่วมมือด้านพลังงานในรูปแบบอื่น ๆ ตามที่ทั้งสองฝ่ายจะกำหนดร่วมกัน (2) ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ ด้านพลังงานระหว่างหน่วยงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของทั้งสองประเทศ (3) ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรผ่านการฝึกอบรม การพัฒนาทักษะ และการถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างสองประเทศ และ (4) ส่งเสริมการจัดตั้งกลไกการหารือเชิงนโยบายด้านพลังงานระหว่างโอมาน และไทย (Oman - Thailand Energy Policy Dialogue: OTEPD) เพื่อใช้เป็นเวทีขับเคลื่อนความร่วมมือด้านพลังงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการพัฒนาและผลักดันโครงการความร่วมมือด้านพลังงานในสาขาที่มีศักยภาพร่วมกัน หรือสาขาอื่น ๆ ที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันในอนาคต
3. ประโยชน์และผลกระทบ
ร่างบันทึกความเข้าใจฯ สะท้อนเจตนารมณ์ของทั้งสองฝ่ายที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับโอมานและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศอย่างรอบด้าน ทั้งการแลกเปลี่ยนนโยบายด้านพลังงาน การส่งเสริมการค้าและการลงทุน การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี รวมทั้งการพัฒนาโครงการด้านพลังงานในสาขาที่มีศักยภาพร่วมกัน โดยความร่วมมือกับประเทศโอมานจะเป็นโอกาสอันดีของไทยในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศผ่านการกระจายแหล่งจัดหาพลังงานเพื่อรับมือกับความผันผวนของสถานการณ์โลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาบุคลากรภาคพลังงานของไทยโดยการหารือเชิงนโยบายและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด อันจะช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทยอย่างยั่งยืน
4. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เห็นว่า ร่างบันทึกความเข้าใจฯ จัดทำขึ้นระหว่างกระทรวงพลังงานและแร่ธาตุแห่งรัฐสุลต่านโอมานกับกระทรวงพลังงานแห่งราชอาณาจักรไทย มีสาระสำคัญเป็นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันในสาขาพลังงาน โดยมิได้มีการใช้ถ้อยคำที่มุ่งหมายให้เกิดผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างกันตามกฎหมายระหว่างประเทศ กรณีจึงไม่เข้าลักษณะเป็นหนังสือสัญญา ตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีผลผูกพันรัฐบาลไทยตามมาตรา 4 (7) แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548 กรณีจึงต้องเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนการดำเนินการต่อไป
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) 8 กันยายน 2569
g26














