ข้อเสนอโครงการสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ (1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา)

Category: มติ ครม.
Published on Thursday, 17 September 2026 08:52
Hits: 111

ข้อเสนอโครงการสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ (1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา)

 

Gov 8

 

          คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการของข้อเสนอโครงการสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ (1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา) (โครงการฯ) และให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) [รองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) เป็นประธานกรรมการ] เสนอ ต่อไป รวมทั้งมอบหมายให้สำนักงาน ก.พ.ร. เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนและติดตามโครงการฯ ของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง

          สาระสำคัญของเรื่อง

          ก.พ.ร. รายงานว่า

          1. สถานการณ์การทุจริตของประเทศไทยยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน จากผลคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index: CPI) ประจำปี พ.ศ. 2568 ซึ่งประเทศไทยได้ 33 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน อยู่ในลำดับที่ 116 จาก 182 ประเทศ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่มีคะแนนเฉลี่ยที่ 42 คะแนน ประกอบกับดัชนีชี้วัดหลักนิติธรรม (Rule of Law Index) ปี 2568 ประเทศไทยมีคะแนนภาพรวมอยู่ที่ 0.50 คะแนน จากคะแนนเต็ม 1 คะแนนอยู่ในอันดับที่ 77 จาก 143 ประเทศ โดยปัจจัยด้านการปราศจากคอร์รัปชันมีคะแนนอยู่ที่ 0.45 คะแนน จากคะแนนเต็ม 1 คะแนน และผลสำรวจ Global Corruption Barometer ของ TI พบว่า ประชาชนในประเทศไทยถึงร้อยละ 88 เชื่อว่าการทุจริตในภาครัฐเป็นปัญหาสำคัญ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียที่ร้อยละ 74 สะท้อนให้เห็นถึงความไม่เชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อการทำงานของภาครัฐ นอกจากนี้ รายงานผลการศึกษาพร้อมบทวิเคราะห์ผลการประเมิน CPI ของประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2567 พบว่าสถิติการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตตั้งแต่ปี 2565-2567 ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) จำนวน 21,358 เรื่อง และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) จำนวน 1,394 เรื่อง รวม 22,752 เรื่อง มีมูลค่าความเสียหายรวม 48,283 ล้านบาท โดยรูปแบบการทุจริตที่พบมากที่สุด คือ การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ การทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง การเรียกรับสินบนการยักยอกทรัพย์สินของทางราชการ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาสำนักงาน ก.พ.ร. ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการของภาครัฐเพื่อสร้างความโปร่งใสภาครัฐ โดยได้ผลักดันการดำเนินการให้เป็นไปตามแนวทางของพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 เช่น การลดระยะขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการการพัฒนางานบริการ e-Service การยกเลิกการเรียกเอกสารของรัฐ การเปิดเผยข้อมูล การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม ด้วยแล้ว

          2. ก.พ.ร. [รองนายกรัฐมนตรี (นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ) (ในขณะนั้น) เป็นประธานกรรมการ] ในการประชุมครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 มีมติเห็นชอบในหลักการของข้อเสนอโครงการฯ เพื่อยกระดับความโปร่งใสและป้องกันการทุจริตในหน่วยงานของรัฐ โดยกำหนดให้หน่วยงานคัดเลือกงานที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริตตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดมาจัดทำข้อเสนอโครงการ พร้อมระบุวิธีการป้องกันหรือแก้ไขปัญหาความเสี่ยงการทุจริต ซึ่งกำหนดกลุ่มเป้าหมายและกรอบระยะเวลาดำเนินงาน แบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ช่วง คือ ระยะที่ 1 ปี 2570 ดำเนินการในส่วนราชการระดับกรม และระยะที่ 2 ปี 2571 ดำเนินการในระดับจังหวัด รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน

          3. ต่อมาคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้เผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ โดยสำรวจตัวอย่างผู้บริหารและตัวแทนภาคธุรกิจทั่วประเทศ จำนวน 401 ราย ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม-10 เมษายน 2569 ผลสำรวจพบประเด็นสำคัญ ดังนี้

              3.1 ความเห็นต่อสถานการณ์คอร์รัปชัน ร้อยละ 89.1 เห็นว่าปัญหาคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจในระดับปานกลางถึงระดับมาก และร้อยละ 51.2 เห็นว่าสถานการณ์คอร์รัปชันมีแนวโน้มแย่ลงเมื่อเทียบกับช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

              3.2 ประสบการณ์ในการขอรับบริการ ร้อยละ 60.9 เคยได้รับการสื่อสารหรือบอกเป็นนัยจากหน่วยงานภาครัฐว่าต้องให้ของกำนัล เงิน หรือผลประโยชน์อื่นใดเพื่อให้กระบวนการดำเนินไปด้วยความสะดวกหรือรวดเร็วขึ้น และร้อยละ 54.1 เคยมอบเงิน ของขวัญหรือผลประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อให้กระบวนการดำเนินไปด้วยความสะดวกหรือรวดเร็วขึ้น โดยร้อยละ 67.3 ให้ความเห็นว่า กระบวนการที่มีความเสี่ยงสูงสุด คือการขอใบอนุญาตหรือการอนุมัติ

              3.3 ความเห็นต่อช่องทางร้องเรียนของรัฐ ร้อยละ 52.3 ไม่มั่นใจในช่องทางร้องเรียนของภาครัฐ

              ทั้งนี้ ภาคเอกชนเสนอแนวทางการลดปัญหาโดยให้ใช้ระบบดิจิทัลลดการพบปะเจ้าหน้าที่ การเพิ่มบทลงโทษผู้เกี่ยวข้อง และผลักดันการปฏิรูปกฎหมายลดขั้นตอน (Regulatory Guillotine) ควบคู่กับการเปิดเผยข้อมูลสัญญาเชิงรุก และระบบดิจิทัลอย่างครบวงจร ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าวและได้มีคำสั่งจัดตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต โดยนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการและเลขาธิการ ก.พ.ร. เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการดังกล่าว

          4. ก.พ.ร. [รองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) เป็นประธานกรรมการ] ในการประชุมครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 มีมติเห็นชอบให้แก้ไขเพิ่มเติมหลักการของข้อเสนอโครงการฯ [ซึ่ง ก.พ.ร. ได้มีมติเห็นชอบไว้เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 (ตามข้อ2.2)] โดยนำข้อเสนอของ กกร. มาเพิ่มเติมหลักการของข้อเสนอโครงการดังกล่าว เพื่อให้หน่วยงานสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และให้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป มีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

              4.1 หลักการของโครงการฯ

                   (1) วัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความโปร่งใสและป้องกันการทุจริตในหน่วยงานของรัฐ โดยให้แต่ละหน่วยงานคัดเลือกงานบริการหรือกระบวนการทำงาน ที่เสี่ยงต่อการทุจริตสูงมาพัฒนาเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

                   (2) กลุ่มเป้าหมายและกรอบระยะเวลาดำเนินงาน

                         1) กลุ่มหน่วยงานนำร่อง (จำนวน 24 หน่วยงาน ตามข้อเสนอของ กกร.) โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน นับแต่คณะรัฐมนตรีมีมติ

                         2) กลุ่มหน่วยงานทั่วไป หน่วยงานที่เหลือจากหน่วยงานนำร่องโดยกำหนดระยะเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับแต่คณะรัฐมนตรีมีมติ

                   (3) กลไกการขับเคลื่อน โดยใช้ความร่วมมือจากเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และเครือข่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการดำเนินการ

                   (4) การสร้างแรงจูงใจในการดำเนินการ ผ่านกลไกการมอบรางวัลเพื่อเป็นการยกย่องและเผยแพร่ผลงานให้เป็นต้นแบบกับหน่วยงานอื่นต่อไป

              4.2 หลักเกณฑ์การคัดเลือกงานบริการ/กระบวนการทำงานที่จะนำมาเข้าร่วมโครงการฯ พิจารณาจากปัจจัยสำคัญ 6 ประการ ดังนี้

                   (1) ผลกระทบสูง (High Impact) หมายถึง งานบริการที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม หรือสิทธิของประชาชนในวงกว้าง

                   (2) มีผู้ใช้บริการหรือผู้เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก (High Volume) สำหรับหน่วยงานด้านบริการ หมายถึง กระบวนงานที่มีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก และสำหรับหน่วยงานด้านนโยบาย หมายถึง กระบวนงานที่มีผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก

                   (3) ความเสี่ยงสูง (High Risk) หมายถึง งานบริการที่อาจมีช่องโหว่ทำให้เกิดความไม่โปร่งใส หรือเสี่ยงต่อการทุจริต

                   (4) มีการใช้ดุลพินิจในการพิจารณา หมายถึง งานบริการที่เจ้าหน้าที่มีอำนาจในการพิจารณาหรือตัดสินใจ ซึ่งอาจนำไปสู่การเลือกปฏิบัติ

                   (5) การได้รับเรื่องร้องเรียน หมายถึง งานบริการที่เป็นประเด็นปัญหาและได้รับการร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตจากประชาชนหรือหน่วยงานของรัฐ

                   (6) กระบวนการที่มีความเสี่ยงต่อการเรียกรับผลตอบแทนตามข้อเสนอของ กกร. ได้แก่ งานออกใบอนุญาต งานที่มีการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ งานด้านภาษีงานจัดซื้อจัดจ้าง และงานต่ออายุใบอนุญาต

              4.3 แนวทางการดำเนินการเพื่อสร้างความโปร่งใส่ในการปฏิบัติราชการจากการศึกษาแนวทางขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) หลักการของภาคีสมาชิกความร่วมมือเพื่อการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Government Partnership: OGP) และกรณีศึกษาจากต่างประเทศ สำนักงาน ก.พ.ร. ได้รวบรวมตัวอย่างรูปแบบหรือวิธีการดำเนินการเพื่อสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการเพื่อเป็นแนวทางการดำเนินการให้กับหน่วยงาน ดังนี้

                   (1) การเพิ่มความโปร่งใสของกระบวนการอนุมัติ อนุญาต/จัดซื้อจัดจ้าง มีเกณฑ์ที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ และเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อลดช่องว่างที่อาจนำไปสู่การใช้ดุลพินิจโดยมิชอบหรือการทุจริต

                   (2) การใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงานและให้บริการ นำระบบดิจิทัลทั้งระบบและเครื่องมือที่ทันสมัยมาใช้ เพื่อลดขั้นตอน ลดการใช้ดุลพินิจ ลดการพบปะเจ้าหน้าที่และเพิ่มความโปร่งใส โดยประชาชนสามารถติดตามสถานะออนไลน์ได้

                   (3) การแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรค หรือมีความเสี่ยงต่อการใช้ดุลพินิจหรือยกเลิกกฎระเบียบที่ซ้ำซ้อน ทบทวนและปรับปรุงบทบัญญัติของกฎหมายกฎ และระเบียบที่เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจเกินสมควร รวมถึงยกเลิกกฎระเบียบที่มีความซ้ำซ้อนหรือล้าสมัย เพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน โปร่งใส และป้องกันมิให้เกิดช่องทางการทุจริตและประพฤติมิชอบ 

                   (4) การมีระบบเฝ้าระวังจุดเสี่ยงความไม่โปร่งใส จัดให้มีระบบติดตามจุดเสี่ยง วิเคราะห์สถานการณ์ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที

                   (5) การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน เปิดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลร่วมตรวจสอบการทำงานและแสดงความเห็น สร้างกลไกถ่วงดุลจากภายนอก

                   (6) การมีระบบร้องเรียนและคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส จัดให้มีช่องทางการร้องเรียนที่หลากหลาย เข้าถึงได้ง่าย และมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งกำหนดมาตรการ คุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส

                   (7) การสร้างวัฒนธรรมโปร่งใสในองค์กร ความรู้ความเข้าใจให้กับบุคลากร และปลูกฝังจิตสำนึกในการให้บริการ

                   (8) การเปิดเผยและแบ่งปันข้อมูล (Open Data/Sharing Data) เพื่อสร้างความโปร่งใสในการทำงานของภาครัฐ

                   (9) การสร้างมาตรฐาน โดยใช้คู่มือสำหรับประชาชน จัดทำคู่มือสำหรับประชาชนและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ให้ประชาชนเข้าใจ เข้าถึงได้ง่าย และเป็นปัจจุบัน

              4.4 แผนการดำเนินการ มีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

 

ขั้นตอน

 

สาระสำคัญ

ขั้นตอนที่

การคัดเลือกและเสนอโครงการ

 

(1) กลุ่มหน่วยงานนำร่อง หน่วยงานนำร่องคัดเลือก 1 – 5 งาน มาดำเนินการจัดทำ ข้อเสนอโครงการ ระบุวิธีการป้องกันความเสี่ยง เช่น การนำเทคโนโลยีมาใช้การสร้างการมีส่วนร่วม การสร้างจิตสำนึก การปรับปรุงกระบวนการ การลดการใช้ดุลพินิจและนำไปรับฟังความเห็นกับผู้แทน กกร.

(2) กลุ่มหน่วยงานทั่วไป หน่วยงานคัดเลือกอย่างน้อย 1 งาน มาดำเนินการจัดทำ ข้อเสนอโครงการ ระบุวิธีการป้องกันความเสี่ยง เช่น การนำเทคโนโลยีมาใช้การสร้างการมีส่วนร่วม การสร้างจิตสำนึก การปรับปรุงกระบวนการ การลดการใช้ดุลพินิจ

ขั้นตอนที่ 2

การพิจารณาข้อเสนอโครงการ

 

หน่วยงานจัดทำข้อเสนอโครงการและจัดส่งให้สำนักงาน ก.พ.ร.โดยหน่วยงาน ต้องมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อข้อเสนอการดำเนินการกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียผ่านช่องทางออนไลน์โดยให้สำนักงาน ก.พ.ร. แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาและให้ความเห็นชอบโครงการที่หน่วยงานเสนอ

ขั้นตอนที่ 3

การดำเนินการตามข้อเสนอโครงการ

 

(1) กลุ่มหน่วยงานนำร่อง ดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน 6 เดือนนับแต่คณะรัฐมนตรีมีมติ

(2) กลุ่มหน่วยงานทั่วไป ดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน 1 ปีนับแต่คณะรัฐมนตรีมีมติ

ขั้นตอนที่

การติดตามและประเมินผล

 

สำนักงาน ก.พ.ร. ติดตามความก้าวหน้า ประเมินผลสำเร็จ และพิจารณาผลงานเพื่อมอบรางวัล ซึ่งเป็นการสร้างแรงจูงใจและยกย่องหน่วยงานต้นแบบ

ขั้นตอนที่

การรายงานผล

 

หน่วยงานแถลงผลต่อสาธารณะอย่างเป็นรูปธรรม และสำนักงาน ก.พ.ร. รายงานผลการดำเนินการให้ ก.พ.ร. ทราบเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี

 

          5. ประโยชน์ที่ได้รับจากการผลักดันข้อเสนอโครงการฯ ถือเป็นมาตรการที่ส่งเสริมความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการในหน่วยงานของรัฐ มีแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเพื่อส่งเสริมการดำเนินการในหน่วยงานของรัฐ ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับคะแนน CPI ของประเทศ นอกจากนี้ยังส่งผลให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการทำงานของภาครัฐ และได้รับบริการที่มีคุณภาพ รวดเร็วและเป็นธรรม ซึ่งจะส่งผลต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยรวม 

 

 

(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) 15 กันยายน 2569

 

 

g8

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100