การให้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมสำหรับแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L1/66 แปลงสำรวจบนบกหมายเลข L3/66 และแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L8/66

Category: มติ ครม.
Published on Thursday, 17 September 2026 09:12
Hits: 151

การให้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมสำหรับแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L1/66 แปลงสำรวจบนบกหมายเลข L3/66 และแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L8/66

 

Gov 8

 

          คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงพลังงาน (พน.) เสนอ ดังนี้

          1. อนุมัติผู้ได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัมปทานสำหรับแปลงสำรวจบนบก ดังนี้

              1.1 ให้บริษัท ปตท.สผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นผู้ได้รับสิทธิเป็นผู้ได้รับสัมปทานสำหรับแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L1/66 และแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L3/66

              1.2 ให้แพน โอเรียนท์ เอ็นเนอยี่ (สยาม) ลิมิเต็ด ร่วมกับ CanAsia Energy Corp. เป็นผู้ได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัมปทานสำหรับแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L8/66

          2. เห็นชอบให้ใช้ข้อกำหนดการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการในสัมปทานปิโตรเลียมของแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L1/66 แปลงสำรวจบนบกหมายเลข L3/66 และแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L8/66 ตามนัยมติคณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 

          3. มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกให้ผู้รับสัมปทานในการอนุญาตเข้าใช้พื้นที่ต่อไปด้วย

          สาระสำคัญของเรื่อง

          1. กระทรวงพลังงานนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติให้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมสำหรับแปลงสำรวจบนบก ตามที่กระทรวงพลังงานได้ออกประกาศเชิญชวนให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ครั้งที่ 25 เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 จำนวน 3 แปลง ได้แก่ (1) แปลงสำรวจบนบกหมายเลข L1/66 (2) แปลงสำรวจบนบกหมายเลข L3/66 (3) แปลงสำรวจบนบกหมายเลข L8/66 ซึ่งคณะอนุกรรมการพิจารณา ให้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมได้พิจารณากลั่นกรองคุณสมบัติของผู้ยื่นขอสิทธิดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว โดยคณะกรรมการปิโตรเลียม ในคราวประชุมครั้งที่ 11/2568/641 เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ได้มีมติเห็นชอบตามผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมการการพิจารณาให้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมโดยเห็นควรให้สัมปทานปิโตรเลียมสำหรับแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L1/66 และ L3/66 แก่บริษัท ปตท.สผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และสัมปทานปิโตรเลียมสำหรับแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L8/66 แก่แพน โอเรียนท์ เอ็นเนอยี่ (สยาม) ลิมิเต็ด ร่วมกับ CanAsia Energy Corp. เนื่องจาก ทั้งสามรายมีคุณสมบัติครบถ้วน และเสนอผลประโยชน์พิเศษให้แก่รัฐสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด ซึ่งการอนุมัติสัมปทานทั้ง 3 แปลงดังกล่าว จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการลงทุนสำรวจและผลิตปิโตรเลียมภายในประเทศ เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ โดยเฉพาะแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L1/66 และ L3/66 ซึ่งหากพบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์จะสามารถสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าน้ำพองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ภาครัฐยังจะได้รับรายได้โดยตรงจากค่าภาคหลวงและภาษีเงินได้ปิโตรเลียมตลอดระยะเวลาสัมปทาน ตลอดจนก่อให้เกิดการจ้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมอีกทางหนึ่งด้วย

          พร้อมกันนี้ กระทรวงพลังงานขอเสนอให้ความเห็นชอบการใช้ข้อกำหนดการระงับข้อพิพาท โดยอนุญาโตตุลาการในสัมปทานปิโตรเลียมของแปลงสำรวจบนบก ทั้ง 3 แปลง โดยร่างสัมปทานปิโตรเลียมดังกล่าวเป็นไปตามแบบ ชธ/ป2 ท้ายกฎกระทรวง กำหนดแบบสัมปทานปิโตรเลียม พ.ศ. 2555 ซึ่งมีข้อกำหนดการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการรวมด้วย และผู้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทุกรายทราบเป็นการทั่วไปแล้ว ประกอบกับการกำหนดให้มีข้อกำหนดดังกล่าวในสัมปทานปิโตรเลียมเป็นแนวปฏิบัติที่มีมาโดยตลอด และถือเป็นกติกาสากลที่ผู้รับสัมปทานยอมรับ นอกจากนี้ เนื่องจากการเปิดให้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมสำหรับแปลงสำรวจบนบก (ครั้งที่ 25) เป็นการให้สัมปทานสำหรับพื้นที่บนบก ผู้รับสัมปทานจะต้องดำเนินการขออนุญาตเข้าใช้พื้นที่จากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง กระทรวงพลังงานจึงขอเสนอให้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้รับสัมปทานในการขออนุญาตเข้าใช้พื้นที่ต่อไปด้วย

          2. กระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เห็นชอบ/ไม่ขัดข้องต่อการให้สิทธิเป็นผู้รับสัมปทานสำหรับแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L1/66 L3/66 และ L8/66 แก่บริษัท ปตท.สผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และแพน โอเรียนท์ เอ็นเนอยี่ (สยาม) ลิมิเต็ด ร่วมกับ CanAsia Energy Corp. ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ เนื่องจากเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ และส่งเสริมให้เกิดการลงทุนสำรวจและพัฒนาทรัพยากรปิโตรเลียมภายในประเทศมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพ โดยมีความเห็นเพิ่มเติม เช่น (1) การดำเนินการดังกล่าวเป็นการดำเนินการของรัฐที่มีผลผูกพันทรัพย์สินหรือก่อให้เกิดภาระทางการเงินการคลังแก่รัฐ ซึ่งรัฐต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่า ต้นทุนและผลประโยชน์ ตลอดจนความยั่งยืนทางการคลังของรัฐด้วย และ (2) การดำเนินการใด ๆ ในเขตพื้นที่ป่า ขอให้ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง 

 

 

(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) 15 กันยายน 2569

 

 

g12

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100