เปิดตัวโครงการวิจัย'EEC Water Alliance : รู้-รับ-รอด'

Category: เกษตร
Published on Thursday, 14 May 2026 02:41
Hits: 506

EEC Water Allianceเปิดตัวโครงการวิจัย'EEC Water Alliance : รู้-รับ-รอด'
       ณ ห้อง 904 ชั้น 9 อาคารวิทยบริการ สำนักพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มก.ผนึก 5 ภาคีน้ำ Kick-off 'EEC Water Alliance : รู้-รับ-รอด'
     ชู'ตัวกลางทางปัญญา'สกัด'ภัยจากความขัดแย้ง'ในพื้นที่ EEC ก่อนวิกฤตเอลนีโญ 2569-2570 ทวีความรุนแรง
      มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) โดย สำนักพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต (สพร.) ผนึกกำลัง 5 ภาคีเครือข่ายชั้นนำด้านการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ประกอบด้วย สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ จัดพิธี Kick-off เปิดตัวโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการ “EEC Water Alliance : รู้-รับ-รอด” เพื่อสร้างกลไกการเรียนรู้และบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC)
      มุ่งสกัด 'ภัยจากความขัดแย้ง' ระหว่างภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และครัวเรือน ก่อนปรากฏการณ์เอลนีโญในช่วงปี 2569 - 2570 และภาวะ “โลกเดือด” (Global Boiling) จะทวีความรุนแรง
      นักวิจัยในโครงการได้รับการแต่งตั้งจากหน่วยงานภาคีน้ำทั้ง 5 หน่วยงานและจากสำนักพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต โครงการมีกำหนดดำเนินงาน 3 เดือน (พฤษภาคม-กรกฎาคม 2569) ดำเนินการในกลุ่มพื้นที่ 4 โซนยุทธศาสตร์ ได้แก่ มาบตาพุด ปลวกแดง-บ่อวิน แหลมฉบัง และฉะเชิงเทรา เพื่อส่งมอบข้อเสนอเชิงนโยบาย และชุดคู่มือการปรับตัว สำหรับ 3 กลุ่มเป้าหมาย (อุตสาหกรรม เกษตรกรรม และครัวเรือน) ที่พร้อมใช้งานจริงก่อนวิกฤตจะรุนแรงขึ้น
เปิดตัวเลขความเสียหาย: ภาคเกษตร 1.5 หมื่นล้าน/ปี อุตสาหกรรมพันล้าน/วัน จากการวิเคราะห์ของทีมวิจัย หากปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2569 - 2570 ทวีความรุนแรงเทียบเท่าหรือสูงกว่าวิกฤตปี 2558/2559 และ 2563 จะส่งผลกระทบเชิงเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญต่อพื้นที่ EEC ทั้งใน ภาคอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์
       โดยเฉพาะกลุ่มปิโตรเคมีและอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะที่ไม่สามารถหยุดการผลิตได้ ซึ่งมูลค่าความเสียหายสะสมอาจสูงถึง หลายพันล้านบาทต่อวัน และ ภาคเกษตรกรรมมูลค่าสูง กลุ่มทุเรียน มังคุด และยางพารา ที่มูลค่าความเสียหายอาจสูงถึง 10,000-15,000 ล้านบาทต่อปี ที่สำคัญคือ ปัจจุบันความต้องการใช้น้ำในเขต EEC เพิ่มสูงขึ้น ตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เมืองการบินภาคตะวันออก Smart City และเกษตรอัจฉริยะ ขณะที่ปรากฏการณ์เอลนีโญมีความถี่และความแปรปรวนสูงขึ้นกว่ารอบทศวรรษแบบดั้งเดิม ทำให้ฐานข้อมูลและการบริหารจัดการแบบเดิมไม่เท่าทันความซับซ้อนในปัจจุบัน

 

'จากหิ้งสู่ห้าง'ม.เกษตรฯ ในบทบาท'โซ่ข้อกลาง' เชื่อมข้อมูลสู่ปัญญา
      ผศ.ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มสมบุญชัย รองอธิการบดีฝ่ายบริหารทรัพย์สิน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประธานในพิธีเปิด กล่าวถึงบทบาทของ มก.ภายใต้นโยบาย'จากหิ้งสู่ห้าง'ที่มุ่งเปลี่ยนงานวิจัยจากตัวหนังสือบนชั้นวางให้กลายเป็นแนวทางปฏิบัติที่ใช้ได้จริง
      “พื้นที่ EEC กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งโครงการเมืองการบินภาคตะวันออก Smart City และเกษตรอัจฉริยะ ความต้องการน้ำจึงเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด มก. ในฐานะสถาบันที่มีความเชี่ยวชาญพหุวิทยาการด้านการเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติ จะทำหน้าที่เป็น'โซ่ข้อกลาง'ผสานข้อมูลเชิงเทคนิคจากหน่วยงานน้ำให้กลายเป็น ‘ปัญญา’ ที่ทุกภาคส่วนเข้าถึงและเข้าใจได้”ผศ.ดร.วิศิษฐ์ กล่าว


บทเรียนวิกฤต 2548 สู่ PAR 4 โซนยุทธศาสตร์ ป้องกันการ 'แย่งชิงน้ำ'
      รศ.ดร.วีระเกษตร สวนผกา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แถลงรายละเอียดโครงการ ระบุว่า ที่มาของโครงการเกิดจากบทเรียน วิกฤตการณ์น้ำภาคตะวันออกปี 2548 ที่เกิดการประท้วงและขัดขวางการผันน้ำเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม สาเหตุหลักมาจากการขาดแคลนข้อมูลที่ได้รับความไว้วางใจ ทำให้ภาคเกษตรกรรมเกิดความวิตกกังวลต่อความมั่นคงทางน้ำในระดับท้องถิ่น และความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ
    โครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงการเก็บสถิติ แต่เป็น งานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) ที่ดึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามาเป็น ‘นักวิจัยร่วม’ ไม่ใช่'ผู้ถูกเก็บข้อมูล'ผ่านกระบวนการ PAOR (Plan–Act–Observe–Reflect) ใน 4 โซนยุทธศาสตร์ ได้แก่ มาบตาพุด ปลวกแดง-บ่อวิน แหลมฉบัง และฉะเชิงเทรา ใช้หลักการ Data-Driven เชื่อมโยงข้อมูลน้ำจากทุกหน่วยงานให้เป็น ‘ชุดเดียวกัน’ ผ่านกลยุทธ์ รู้ รับ รอด พลิกวิกฤตน้ำ EEC สู่ความยั่งยืน ได้แก่
      'รู้' – ข้อมูลชุดเดียวกันที่ถูกต้อง: บูรณาการข้อมูลจาก 5 หน่วยงานหลักมาไว้ในที่เดียว และแปรสภาข้อมูลดิบให้เป็นความรู้ที่ประชาชนเข้าถึงและเข้าใจได้ง่าย
      'รับ' – มือวิกฤตด้วยเครือข่ายอัจฉริยะ : พัฒนาโครงข่าย EEC Water Network และระบบ Water Grid ที่มีความยืดหยุ่นเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤต อาทิ ปรากฏการณ์เอลนีโญ
      'รอด' – อย่างมั่นคงและยั่งยืน: ยกระดับแนวทางปฏิบัติสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายระดับชาติ มุ่งให้ภาคอุตสาหกรรมและชุมชนโดยรอบเติบโตไปพร้อมกันอย่างสมดุล

 

Partner Spotlight: 5 ภาคีร่วมประกาศจุดยืน
สทนช.เตือน 'Critical Zone' ระวัง'Supply ทิพย์-Demand เทียม'
        นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เตือนว่า ขณะนี้พื้นที่ EEC กำลังเข้าสู่'Critical Zone'ของการบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีความรุนแรงกว่าวิกฤตเมื่อปี 2558 อย่างมีนัยสำคัญ
      พร้อมชี้'กับดัก'สำคัญ 2 ประการที่นักวิจัยและผู้กำหนดนโยบายต้องระวัง คือ Supply ทิพย์ ปริมาณน้ำที่ปรากฏในรายงานหรือทางทฤษฎีอาจทำได้ไม่เต็มที่ในความเป็นจริง เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องฝนและปัญหาทางเทคนิคของระบบสูบน้ำ และ Demand เทียม ที่ผู้ประกอบการมักแจ้งความต้องการใช้น้ำเผื่อไว้เกินจริง (Over-reservation) นายไพฑูรย์ เสนอให้มีระบบ Single Command เพื่อสร้างเอกภาพในการตัดสินใจ

 

กรมชลประทาน เผย 3 ภารกิจหลัก เชื่อมโครงข่ายน้ำชลบุรี-ระยอง
      นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน เน้นย้ำภารกิจหลัก 3 ด้าน คือ (1) การเชื่อมโยงโครงข่ายน้ำ ผันน้ำจากลุ่มน้ำเจ้าพระยาผ่านคลองพระองค์ไชยานุชิตมายังอ่างเก็บน้ำบางพระ และเชื่อมโยงอ่างเก็บน้ำหลักในระยอง-ชลบุรี (ประแสร์ หนองปลาไหล ดอกกราย) (2) การจัดการ Demand/Supply วิเคราะห์ความต้องการใช้น้ำที่แท้จริง และบริหารต้นทุนน้ำในแต่ละอ่างที่ราคาแตกต่างกัน และ (3) โครงการในอนาคต ผลักดันโครงข่ายท่อผันน้ำ'ประแสร์ - หนองค้อ-บางพระ'เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้ภาคอุตสาหกรรมและศูนย์ข้อมูล (Data Center)

 

กรมทรัพยากรน้ำ ชู Nature-based Solutions ดูแลพื้นที่นอกเขตชลประทาน
     ดร.กัลยาณี สุวรรณประเสริฐ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิจัยและพัฒนาทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ เน้นย้ำการจัดการน้ำนอกเขตชลประทานและสิทธิชุมชน โดยกรมฯ ทำหน้าที่เป็น Data Provider สนับสนุนข้อมูลแหล่งน้ำธรรมชาติ พื้นที่ชุ่มน้ำ และระบบแจ้งเตือนภัยแล้ง-น้ำหลาก พร้อมเสนอแนวทาง Nature-based Solutions อาทิ การฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำให้เป็นแก้มลิงธรรมชาติ ควบคู่กับโครงสร้างทางวิศวกรรม สรุปหลักการ “รู้-รับ-รอด” ว่า รู้: สถานการณ์จากข้อมูลที่ถูกต้อง รับ : มือความเสี่ยงและยอมรับการเปลี่ยนแปลง และ รอด: ร่วมกันทั้งประชาชน เศรษฐกิจ และระบบนิเวศอย่างสมดุล

 

กปภ.เตรียมโรงผลิตน้ำ 200,000 ลบ.ม./วัน รองรับ EEC ปี 2573 - 2574
       นายวิทยา สามสุวรรณ รองผู้ว่าการ (แผนยุทธศาสตร์) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เปิดเผยว่า กปภ. ดูแลทั้งน้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภคและภาคการท่องเที่ยวในเขต EEC พร้อมยกบทเรียนวิกฤตภัยแล้งปี 2548 และ 2563 ที่นำไปสู่การจัดตั้ง War Room ในช่วงฤดูฝนและการผันน้ำข้ามลุ่มน้ำมาเติมอ่างเก็บน้ำบางพระ ซึ่งช่วยแก้ปัญหามากว่า 10 ปี
     สำหรับ โครงการในอนาคต กปภ. เตรียม ก่อสร้างโรงผลิตน้ำประปาขนาด 200,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคประชาชนและธุรกิจนอกนิคมอุตสาหกรรม คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปี 2573-2574 ควบคู่กับโครงการของกรมชลประทานที่จะผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ประมาณ 80 ล้านลูกบาศก์เมตร
      นอกจากนี้ นายวิทยา ยังระบุว่า การจัดการน้ำในภาคตะวันออกขณะนี้'ไม่ได้พึ่งพาเพียงฝน แต่พึ่งพาการบริหารจัดการ' และการเชื่อมโยงโครงข่าย Water Grid ระหว่างจังหวัดชลบุรี-ระยอง พร้อมเร่งพัฒนานวัตกรรมเปลี่ยนระบบส่งน้ำจาก'คลองเปิด'เป็น'ระบบท่อ'เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการสูญเสียน้ำอีสท์ วอเตอร์ เสริมเสถียรภาพโครงข่าย สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน
       นายประจักษ์ อมรกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายกลยุทธ์ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ ร่วมเสริมความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการน้ำให้แก่นักลงทุนในพื้นที่ EEC ผ่านการบูรณาการกับ สทนช.กรมชลประทาน และภาคีเครือข่ายอย่างใกล้ชิด เพื่อให้โครงข่ายน้ำในภาคตะวันออกมีเสถียรภาพและพร้อมรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมในระยะยาว

 

เป้าหมาย : ส่งมอบ'ภูมิคุ้มกัน' ให้ EEC ก่อนกันยายน 2569
      โครงการ 'EEC Water Alliance : รู้-รับ-รอด'จะเริ่มดำเนินงานทันทีในเดือนพฤษภาคม 2569 และส่งมอบ Policy Brief พร้อมชุดคู่มือการปรับตัวแก่รัฐบาลและภาคีในพื้นที่ภายในเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทุกภาคส่วนใช้เตรียมความพร้อมและฝ่าวิกฤตน้ำในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ตามเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในฐานะผู้นำการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่รับใช้สังคม

 

Click Donate Support Web 

GSB720x100pxใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100CKPower 720x100QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100