กรมทรัพย์สินทางปัญญา เสริมแกร่งนักสร้างสรรค์ไทย ชวนทำความเข้าใจเส้นแบ่งระหว่าง'แรงบันดาลใจ'กับ'การละเมิดลิขสิทธิ์'และเตรียมพร้อมรับความท้าทายการสร้างสรรค์ผลงานในยุค AI

Category: พาณิชย์
Published on Saturday, 18 July 2026 11:37
Hits: 676

แรงบันดาลใจกรมทรัพย์สินทางปัญญา เสริมแกร่งนักสร้างสรรค์ไทย ชวนทำความเข้าใจเส้นแบ่งระหว่าง'แรงบันดาลใจ'กับ'การละเมิดลิขสิทธิ์'และเตรียมพร้อมรับความท้าทายการสร้างสรรค์ผลงานในยุค AI
        กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าส่งเสริมความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาแก่ผู้สร้างสรรค์และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ การต่อยอดแรงบันดาลใจสู่ผลงานสร้างสรรค์ และการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการสร้างสรรค์ผลงานอย่างมีความรับผิดชอบ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ในยุคดิจิทัล
      นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านทรัพย์สินทางปัญญาแก่ผู้สร้างสรรค์และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทต่อกระบวนการสร้างสรรค์มากขึ้น
       ซึ่งทำให้เกิดทั้งโอกาสในการพัฒนาผลงานรูปแบบใหม่ และความท้าทายเกี่ยวกับขอบเขตการคุ้มครองลิขสิทธิ์ โดยความรู้ความเข้าใจด้านทรัพย์สินทางปัญญาจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้สร้างสรรค์สามารถพัฒนาผลงานได้อย่างถูกต้อง เคารพสิทธิของผู้อื่น ลดความเสี่ยงจากข้อพิพาท และสามารถนำผลงานไปต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ
       นางอรมน กล่าวว่า ล่าสุดบนเวทีเสวนาพิเศษในหัวข้อ 'เส้นบางๆ ระหว่างแรงบันดาลใจกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในอุตสาหกรรมคอนเทนต์'ที่กรมฯ จัดขึ้นภายในงาน Thailand Character & Content Expo 2026 (TCEX 2026) ระหว่างวันที่ 9–12 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอนถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการสร้างสรรค์ผลงานจากแรงบันดาลใจภายใต้กรอบกฎหมายลิขสิทธิ์ และเตรียมความพร้อมให้ผู้สร้างสรรค์สามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือในการต่อยอดผลงานสู่เชิงพาณิชย์อย่างถูกวิธี
       โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและแวดวงอุตสาหกรรมคอนเทนต์มาร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นและถ่ายทอดประสบการณ์ นำโดย ผศ.ดร.สมชาย รัตนชื่อสกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ นายคฑาหัสถ์ บุษปะเกศ นายกสมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์ นายชนันตร์ ลาภอนันต์รุ่ง กรรมการบริหารสมาคมส่งเสริมคอนเทนต์วายไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตาร์ ฮันเตอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ดร.กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา ทนายความหุ้นส่วนบริษัท อรรถกิจ แอนด์ พาร์ทเนอร์ จำกัด และ นางสาวทักษอร สมบูรณ์ทรัพย์ ผู้อำนวยการกองสิทธิบัตร กรมทรัพย์สินทางปัญญา
      จากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนเวทีเสวนา ผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่า การนำแนวคิดหรือแรงบันดาลใจจากผลงานอื่นมาต่อยอด เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างสรรค์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากกฎหมายลิขสิทธิ์ให้ความคุ้มครองเฉพาะ'การแสดงออกซึ่งความคิด (Expression)'ไม่ใช่'ตัวความคิด (Idea)'หรือแนวคิดทั่วไป เช่น โครงเรื่อง'พระเอกจน นางเอกรวย' ความรักท่ามกลางความขัดแย้งของครอบครัว
        ถือเป็นเพียงแนวคิดที่บุคคลทั่วไปสามารถนำไปใช้ได้ แต่รายละเอียดในการเล่าเรื่อง บทสนทนา หรือองค์ประกอบเฉพาะของงานสร้างสรรค์ ถือเป็นส่วนที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ดังนั้น ผู้สร้างสรรค์สามารถนำแนวคิดทั่วไปมาพัฒนาเป็นผลงานของตนเองได้ แต่ต้องไม่คัดลอกหรือดัดแปลงรายละเอียดและองค์ประกอบสำคัญของผลงานผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะอาจเข้าข่ายการละเมิดลิขสิทธิ์
        นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรมยังสะท้อนว่า การเติบโตของสื่อสังคมออนไลน์ทำให้การกล่าวหาว่าลอกเลียนแบบเกิดขึ้นได้ง่าย ส่งผลให้ผู้ประกอบการบางส่วนมีความกังวลในการรับฟังการนำเสนอผลงานจากนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ เนื่องจากเกรงว่าหากวันใดมีการสร้างงานคล้ายกับโครงเรื่องที่เคยได้ฟังมา จะถูกกล่าวหาว่าละเมิดลิขสิทธิ์ในภายหลัง
       ดังนั้น การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับหลักกฎหมายลิขสิทธิ์จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งผู้สร้างสรรค์และผู้ประกอบการในการพัฒนาธุรกิจคอนเทนต์ร่วมกัน ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญยังชี้ให้เห็นว่า แม้วงการคอนเทนต์จะให้ความสำคัญกับการคุ้มครองลิขสิทธิ์มากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่ากฎหมายลิขสิทธิ์คุ้มครอง 'สไตล์'หรือ'รสนิยม'ในการสร้างสรรค์ ทั้งที่กฎหมายไม่ได้ให้ความคุ้มครองในส่วนดังกล่าว แต่จะคุ้มครองเฉพาะการแสดงออกซึ่งความคิดในรูปแบบของงานสร้างสรรค์เท่านั้น
      ในประเด็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในงานสร้างสรรค์ ทำให้เกิดคำถามใหม่เกี่ยวกับกระบวนการสร้างสรรค์ ความเป็นเจ้าของผลงาน และการพิสูจน์การมีส่วนร่วมของมนุษย์ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ผลงานที่สร้างขึ้นโดย AI เพียงอย่างเดียวจะไม่ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ แต่หากมนุษย์มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ด้วยทักษะ ความวิริยะอุตสาหะ และวิจารณญาณของตน โดยใช้ AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยสร้างสรรค์ ก็อาจมีโอกาสเข้าข่ายได้รับความคุ้มครองเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ได้ อย่างไรก็ดี ฝากข้อคิดถึงนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ว่า บางครั้งอาจใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการสร้างสรรค์งานบางส่วนได้ แต่ไม่มีทางที่ AI จะสามารถถ่ายทอดความรู้สึกได้ลึกซึ้งเท่ามนุษย์
         ทั้งนี้ กรมฯ ขอแนะนำให้ผู้สร้างสรรค์ที่ใช้ AI ในกระบวนการผลิตผลงาน ควรจัดเก็บหลักฐานการทำงานอย่างเป็นระบบ อาทิ คำสั่งที่ใช้ป้อนระบบ (Prompt) ขั้นตอนการแก้ไขและพัฒนาผลงาน (Log File) รวมถึงข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงส่วนที่สร้างสรรค์งานด้วยฝีมือมนุษย์ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการพิสูจน์สิทธิ์หากเกิดข้อพิพาทด้านลิขสิทธิ์ในอนาคต
       นอกจากนี้ ทุกครั้งที่สร้างสรรค์ผลงานลิขสิทธิ์ เจ้าของผลงานสามารถแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ แม้ว่าการคุ้มครองลิขสิทธิ์จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติตั้งแต่สร้างสรรค์ผลงาน แต่การแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ไว้กับกรมฯ จะเป็นหลักฐานอ้างอิงเบื้องต้นในการแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท รวมทั้งเป็นช่องทางให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงผลงานและติดต่อขอใช้ประโยชน์งานลิขสิทธิ์นั้นได้ง่ายขึ้น
        นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ จะเดินหน้าส่งเสริมองค์ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้สร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ และประชาชน สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างถูกต้อง สร้างความเชื่อมั่นในการพัฒนาผลงาน และร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในยุคดิจิทัลต่อไป

 

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100