
นายกรัฐมนตรีเยนส์-เฟรเดอริก นีลเซ่น แห่งกรีนแลนด์กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เขาไม่ทราบรายละเอียดของ'กรอบข้อตกลง'ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศหลังจากพบกับ ผู้นำ นาโตเมื่อวันก่อน
แต่เนลเซนเน้น ย้ำว่า ข้อตกลงใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรีนแลนด์จะไม่สามารถบรรลุได้หากปราศจากการมีส่วนร่วมของเกาะและราชอาณาจักรเดนมาร์กซึ่งเป็นผู้ปกครองเกาะนั้น
เขากล่าวเสริมว่า ข้อตกลงใดๆ ก็ตามจะต้องเคารพ 'เส้นแดง'ของกรีนแลนด์ ซึ่งรวมถึงอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนของประเทศด้วย
“เราเลือกราชอาณาจักรเดนมาร์ก เราเลือกสหภาพยุโรป เราเลือกนาโต” นีลเซ่นกล่าวกับสื่อมวลชนในเมืองนูอุก ประเทศกรีนแลนด์ 'นี่ไม่ใช่แค่สถานการณ์ของกรีนแลนด์และราชอาณาจักรเดนมาร์กเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของระเบียบโลกสำหรับพวกเราทุกคน'
คำกล่าวนี้สอดคล้องกับแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ของเมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก ที่ยืนยันว่าอธิปไตยของกรีนแลนด์นั้นไม่สามารถต่อรองได้
คำกล่าวของนีลเซ่น เกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่ทรัมป์ ซึ่งใช้เวลาหลายสัปดาห์กดดันยุโรปอย่างหนักเกี่ยวกับการเสนอให้สหรัฐฯ เข้ายึดครองกรีนแลนด์ ได้ประกาศอย่างกะทันหันว่าเขาและเลขาธิการนาโต มาร์ค รุตเต ได้วางกรอบ ”ข้อตกลงในอนาคต”แล้ว
การประกาศดังกล่าว ซึ่งเผยแพร่ผ่านทางโพสต์ใน Truth Social หลังจากการประชุมลับในเมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีรายละเอียดน้อยมากในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC ทรัมป์เรียกมันว่า'แนวคิดของข้อตกลง'และกล่าวว่าเขาจะ 'อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมในภายหลัง'
แต่ดูเหมือนว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะเพียงพอแล้วสำหรับทรัมป์ที่จะยกเลิกภาษี ที่เขาจะเรียกเก็บจาก 8 ประเทศในยุโรปที่เข้ามาปกป้องกรีนแลนด์ท่ามกลางการข่มขู่ของประธานาธิบดี
ทรัมป์ กล่าวกับซีเอ็นบีซี ว่า กรอบข้อตกลงดังกล่าวเกี่ยวข้องกับสิทธิในแร่ธาตุของสหรัฐฯรวมถึงระบบป้องกันขีปนาวุธ'โกลเด้นโดม'ที่รัฐบาลทรัมป์เสนอด้วย
ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ รายงานเมื่อวันพุธว่า เจ้าหน้าที่นาโตบางคนได้หารือกันเป็นการส่วนตัวถึงทางออกประนีประนอมที่เป็นไปได้ ซึ่งสหรัฐฯ จะได้รับอำนาจอธิปไตยเหนือ'พื้นที่เล็กๆ ในกรีนแลนด์สำหรับเป็นฐานทัพทหาร'
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นีลเซนปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวโดยสิ้นเชิง พร้อมทั้งย้ำหลายครั้งว่าเขาไม่ได้รับแจ้งเกี่ยวกับรายละเอียดของกรอบความร่วมมือระหว่างทรัมป์และรุตเต้
'ผมไม่ทราบรายละเอียดที่แน่ชัดของข้อตกลงนั้น'เขากล่าว'แต่ผมรู้ว่า ขณะนี้เรามีคณะทำงานระดับสูงที่กำลังหาทางออกสำหรับทั้งสองฝ่ายอยู่'
นีลเซ่น กล่าวว่า'เรามีเส้นแดงบางเส้น'ที่ห้ามล้ำเส้น'เราต้องเคารพบูรณภาพดินแดนของเรา เราต้องเคารือกฎหมายระหว่างประเทศและอธิปไตย'
“บูรณภาพของประเทศเรา พรมแดนของเรา และกฎหมายระหว่างประเทศ เป็นเส้นแดงที่เราไม่ต้องการให้ใครล่วงล้ำอย่างแน่นอน” เขากล่าวเสริมในภายหลังในการแถลงข่าว 'และผมคิดว่านั่นไม่ใช่เรื่องแปลกเลย'
นีลเซ่น กล่าวว่า เขาเชื่อว่าเส้นแดงเหล่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่เดนมาร์กและกรีนแลนด์ได้แจ้งให้รุตเต้ทราบเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ถูก'ส่งต่อ'ไปถึงทรัมป์แล้ว
แต่เขากล่าวว่า ”ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เกี่ยวกับข้อตกลงเรื่องทรัพยากรแร่หรือเรื่องอื่นๆ”
เขากล่าวเสริมว่า กรีนแลนด์ยินดีที่จะเจรจากับสหรัฐฯ ในเรื่องเศรษฐกิจและเรื่องอื่นๆ 'แต่เป็นเรื่องที่เราต้องพูดคุยกันด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน'
นอกจากนี้ นีลเซ่นยังวิพากษ์วิจารณ์โดยตรงถึงการกระทำที่ก้าวร้าวของรัฐบาลทรัมป์ต่อกรีนแลนด์ รวมถึงความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจนถึงวันพุธที่ผ่านมา มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะใช้ปฏิบัติการทางทหาร
“ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ถ้อยคำที่เราได้ยินตลอดปีที่ผ่านมานั้นเป็นสิ่งที่เรายอมรับไม่ได้” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า เป็นเรื่องยากที่จะรักษาการสนทนาอย่างเคารพซึ่งกันและกัน เมื่อพลเมืองของกรีนแลนด์'ได้ยินคำขู่เกี่ยวกับการเข้าครอบครองและการยึดครองทุกคืน'
“ลองนึกภาพดูสิว่า ในฐานะชาวกรีนแลนด์ ในฐานะผู้คนที่รักสงบในกรีนแลนด์ เราต้องได้ยินและเห็นในสื่อทุกวันว่ามีคนต้องการพรากอิสรภาพของคุณไป”













