ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ พ.ศ. ....
ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ พ.ศ. ....

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ พ.ศ. .... ตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) เสนอ โดยให้เพิ่มปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นกรรมการโดยตำแหน่งด้วย
สาระสำคัญของเรื่อง
1. รัฐบาลมีนโยบายสำคัญที่จะยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจและสังคมไทยจากเศรษฐกิจดิจิทัล ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน บูรณาการข้อมูล และพัฒนาบุคลากรในทุกภาคส่วน ส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัล การมียุทธศาสตร์ด้าน AI เพื่อเศรษฐกิจที่ชัดเจน สนับสนุนให้คนไทยและธุรกิจสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ได้อย่างเต็มที่ เพื่อยกระดับความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในทุก ๆ มิติซึ่งจะช่วยให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม ตลอดจนให้มีการปรับระบบส่งเสริมการลงทุนให้เอื้อต่อการพัฒนาและการปรับโครงสร้างไปสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ รวมทั้งสร้างความมั่นคงทางพลังงานในภาพรวมของประเทศและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคการขนส่งและอุตสาหกรรมโดยเฉพาะดาต้าเซนตอร์ (Data Center) หรือธุรกิจศูนย์ข้อมูล เป็นธุรกิจที่ให้บริการสถานที่สำหรับจัดเก็บ ดำเนินการ และดูแลเครื่องมือในการให้บริการ Cloud ไม่ว่าจะเป็นเซิร์ฟเวอร์ ไดรฟ์พื้นที่เก็บข้อมูล และอุปกรณ์เครือข่ายต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดเก็บและจัดการข้อมูลดิจิทัลของผู้ใช้บริการ Cloud ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชน
2. ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ พ.ศ. .... มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้มี “คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์” ขึ้น โดยมีรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธานกรรมการ และเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ เพื่อมีหน้าที่และอำนาจในการกำกับดูแลการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ โดยการเสนอนโยบาย มาตรฐาน และกรอบแนวทางในการปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐในการอนุมัติ อนุญาต หรือให้บริการต่าง ๆ แก่ผู้ประกอบธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ รวมทั้งศึกษาวิเคราะห์และติดตามประเมินผลกระทบของการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้นโยบายเกี่ยวกับการประกอบกิจการนี้มีความชัดเจน เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานของประชาชนและประเทศชาติในภาพรวม ซึ่งต้องมุ่งให้มีการใช้พลังงานสะอาด การรักษาความมั่นคงทางพลังงาน ราคาพลังงานที่เป็นธรรม การจัดสรรทรัพยากรน้ำอย่างเป็นธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุด ประสิทธิผลในการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำ การผังเมือง การรักษาความปลอดภัยสาธารณะโดยเฉพาะจากอัคคีภัย การรักษาอธิปไตยด้านข้อมูลของประเทศ การป้องกันและเยียวยาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่โดยปกติสุขของประชาชนและชุมชน และเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศด้วย อันเป็นการวางระเบียบปฏิบัติเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเข้าข่ายเป็นเรื่องที่เสนอคณะรัฐมนตรีได้ตามมาตรา 4 (6) แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี
พ.ศ. 2548
3. ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ พ.ศ. .... มีรายละเอียดดังนี้
|
ประเด็น |
สาระสำคัญ |
|
|
1. บทนิยาม |
• กำหนดบทนิยาม “ดาต้าเซ็นเตอร์” หมายความว่า อาคาร สถานที่ หรือสิ่งปลูกสร้างที่มีและใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการรวบรวม เก็บ ประมวลผล รับฝากหรือรับส่งข้อมูลโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นที่มิใช่บริษัทในเครือ ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการกำหนด (ร่างข้อ 3) |
|
|
2. องค์ประกอบคณะกรรมการ |
• ให้มี “คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์” ประกอบด้วย (1) รองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายคนหนึ่ง ประธานกรรมการ (2) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รองประธานกรรมการคนที่ 1 คนที่ 2 และคนที่ 3 ตามลำดับ (3) กรรมการโดยตำแหน่ง (12 คน) ได้แก่ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กรรมการกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (4) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนไม่เกิน 3 คน ให้เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นกรรมการและเลขานุการ ให้ข้าราชการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติซึ่งเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมอบหมายจำนวนไม่เกิน 2 คน เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ (ร่างข้อ 4) |
|
|
3. หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ |
• ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (1) เสนอนโยบาย มาตรฐาน และกรอบแนวทางการปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการอนุมัติ อนุญาต ออกบัตรส่งเสริมการลงทุน หรือให้บริการต่าง ๆ ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในราชอาณาจักรต่อคณะรัฐมนตรี (2) ศึกษาวิเคราะห์ และติดตามประเมินผลกระทบของการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เสนอต่อคณะรัฐมนตรี (3) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือทำการใด ๆ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย (4) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย • นโยบาย มาตรฐาน และกรอบแนวทางการปฏิบัติตาม (1) นอกจากต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ในทางเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมแล้ว ต้องมุ่งให้มีการใช้พลังงานสะอาด การรักษาความมั่นคงทางพลังงาน ราคาพลังงานที่เป็นธรรม การจัดสรรทรัพยากรน้ำอย่างเป็นธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดประสิทธิผลในการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำ การผังเมือง การรักษาความปลอดภัยสาธารณะ โดยเฉพาะจากอัคคีภัย การรักษาอธิปไตยด้านข้อมูลของประเทศ การป้องกันและเยียวยาผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่โดยปกติสุขของประชาชนและชุมชน และเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศด้วย • เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติตาม (1) หรือ (2) แล้ว ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีนั้นและรายงานผลการดำเนินการต่อคณะกรรมการเพื่อทราบทุก 3 เดือน • ในกรณีที่มีปัญหาขัดข้องในการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวในเรื่องใด ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องรายงานคณะกรรมการเพื่อพิจารณาและเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องนั้น (ร่างข้อ 9) |
|
|
4. วาระการดำรงตำแหน่ง เงื่อนไขการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ |
• กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่ต้องไม่เกินสองวาระ (ร่างข้อ 5) • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ 1) ตาย 2) ลาออก และ 3) นายกรัฐมนตรีให้ออก (ร่างข้อ 6) |
|
|
5. ค่าใช้จ่าย |
• ค่าใช้จ่ายสำหรับเบี้ยประชุม ค่าตอบแทน รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ ให้เบิกจ่ายได้ตามระเบียบของทางราชการโดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ร่างข้อ 10) |
|
|
6. ผู้รักษาการ |
• ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้ ในกรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียนนี้ เมื่อนายกรัฐมนตรีวินิจฉัยเป็นประการใดแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องปฏิบัติไปตามนั้น (ร่างข้อ 11) |
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 5 สิงหาคม 2569
g2














