การพิจารณารับรองและจัดตั้งวัดคาทอลิก ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยแนวทางพิจารณาในการจัดตั้งวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิก พ.ศ. 2564
การพิจารณารับรองและจัดตั้งวัดคาทอลิก ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยแนวทางพิจารณาในการจัดตั้งวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิก พ.ศ. 2564

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เสนอ ดังนี้
1. รับรอง วัดพระวิสุทธิวงศ์ (ห้วยบง) เป็นวัดคาทอลิกตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยแนวทางพิจารณาในการจัดตั้งวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิก พ.ศ. 2564 (ระเบียบฯ)
2. ให้จัดตั้ง วัดนักบุญมัทธีอัสอัครสาวก (Saint Matthias the Apostle Catholic Church) วัดนักบุญฟิลิปและยากอบ (นวนคร) (Saints Philip and James Catholic Church) วัดพระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนม์ บ้านโนนสมบูรณ์ วัดเซนต์เจมส์ บ้านผือ และวัดนักบุญยอร์ช เซิมทุ่ง เป็นวัดคาทอลิกตามระเบียบฯ
สาระสำคัญของเรื่อง
1. เรื่องนี้กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบรับรองวัดคาทอลิก จำนวน 1 วัด คือ วัดพระวิสุทธิวงศ์ (ห้วยบง) เป็นวัดคาทอลิกตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยแนวทางพิจารณาในการจัดตั้งวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิก พ.ศ. 2564 (ระเบียบฯ) และขอจัดตั้งวัดคาทอลิก จำนวน 5 วัด คือ (1) วัดนักบุญมัทธีอัสอัครสาวก (Saint Matthias Catholic Church) (2) วัดนักบุญฟิลิปและยากอบ (นวนคร) (Saints Philip and James Catholic Church) (3) วัดพระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนม์ บ้านโนนสมบูรณ์ (4) วัดเซนต์เจมส์ บ้านผือ และ (5) วัดนักบุญยอร์ช เซิมทุ่ง ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองคำขอจัดตั้งวัดคาทอลิก (คณะกรรมการฯ) แล้ว และเห็นว่า วัดดังกล่าวข้างต้นได้ยื่นคำขอ โดยมีข้อมูลพร้อมด้วยเอกสารสำหรับการพิจารณาถูกต้อง ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ของระเบียบฯ แล้ว
2. กระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เห็นชอบ/ไม่ขัดข้อง รวมทั้งสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นสอดคล้องกันว่า อยู่ในอำนาจของคณะรัฐมนตรีที่จะพิจารณาให้ความเห็นชอบได้ตามที่เห็นสมควร
3. ประโยชน์และผลกระทบ
1) วัดคาทอลิกในประเทศไทยได้รับการประกาศและขึ้นทะเบียนเป็นวัดคาทอลิกตามกฎหมาย ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ศาสนสถานของทุกศาสนาและทุกนิกายที่ประชาชนชาวไทยนับถือและทางราชการรับรอง ได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาคในทางกฎหมายและได้รับการคุ้มครอง อุปถัมภ์ และทำนุบำรุงจากภาครัฐตามสิทธิที่พึงได้รับ
2) ทำให้คริสต์ศาสนิกชนมีศาสนสถานที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของรัฐ สำหรับใช้เพื่อการประกอบศาสนกิจ การจัดกิจกรรมทางศาสนา และการรวมกลุ่มเพื่อดำเนินการต่าง ๆ ตามความเหมาะสม
3) ทำให้วัดคาทอลิกมีเอกสารรับรองสถานะที่ทางราชการออกให้สำหรับนำไปใช้ทำธุรกรรมและติดต่อขอรับการอุปถัมภ์จากภาครัฐได้โดยสะดวกและรวดเร็ว
4) ทำให้ชุมชนมีสถานที่สำหรับใช้เป็นแหล่งเรียนรู้และทำกิจกรรมด้านศาสนา วัฒนธรรม และด้านอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
5) ทำให้ภาครัฐมีเครือข่ายศาสนสถานเพิ่มขึ้น เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานทางด้านศาสนา วัฒนธรรม การศึกษา สังคมสงเคราะห์ และด้านอื่น ๆ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 5 สิงหาคม 2569
g12














