การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งและสภาพอากาศที่แปรปรวน
การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งและสภาพอากาศที่แปรปรวน

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งและสภาพอากาศที่แปรปรวน ตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เสนอ
สาระสำคัญ
1. เดิมคณะรัฐมนตรีมีมติ (16 มิถุนายน 2569) เห็นชอบตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอว่าตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 (เรื่อง การบริหารจัดการน้ำเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับภาวะภัยแล้ง) มอบหมายให้ สทนช. และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการรับมือกับปัญหาภัยแล้งรุนแรงที่เกิดขึ้นจากสภาพภูมิอากาศของโลกที่มีแนวโน้มจะเป็น “strong” เอลนีโญ และเร่งรัดการดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ดูแลให้ประชาชนมีน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคและบริโภคอย่างเพียงพอ จัดทำแผนการบริหารจัดการน้ำในภาคอุตสาหกรรมเพื่อลดผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ นั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศประกอบกับในขณะนี้หลายพื้นที่ของประเทศเริ่มเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวน มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และพายุฤดูร้อน ส่งผลให้ต้นไม้และกิ่งไม้หักโค่นในหลายพื้นที่ จึงมอบหมายให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ มาตรการในความรับผิดชอบ ความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อม รวมถึงประเด็นที่เห็นควรเร่งรัดดำเนินการเพิ่มเติม และรายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบ
2. สทนช. ได้บูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำรับมือสถานการณ์เอลนีโญ จึงขอรายงานความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ดังกล่าว โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
2.1 สภาพอากาศและการคาดการณ์
|
ประเด็น |
สาระสำคัญ |
||||||||||||
|
1) ปรากฏการณ์เอนโซ (ENZO) |
ปัจจุบันได้เปลี่ยนเข้าสู่สภาวะเอลนีโญแล้ว และได้มีการคาดการณ์สถานการณ์ ดังนี้
|
||||||||||||
|
2) สถานการณ์ฝน ปี 2569 |
ปริมาณฝนสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 21 มิถุนายน 2569 พบว่า ปริมาณฝนสะสมทั้งประเทศต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 12 โดยทุกภาคของประเทศมีฝนสะสม ต่ำกว่าค่าปกติในช่วงระหว่างร้อยละ 4 - 33 ยกเว้นภาคใต้ฝั่งตะวันตกที่มีปริมาณฝนสะสมมากกว่าค่าปกติร้อยละ 18 |
||||||||||||
|
3) การคาดการณ์ปริมาณฝนระยะยาว |
มีการคาดการณ์ปริมาณฝนระยะยาวถึงเดือนพฤศจิกายน 2569 ดังนี้
|
2.2 สถานการณ์น้ำปัจจุบันและการคาดการณ์
หน่วย: ล้านลูกบาศก์เมตร
|
ภาค |
สถานการณ์น้ำต้นทุนในปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 22 มิถุนายน 2569) |
การคาดการณ์น้ำต้นทุน ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 (ข้อมูลคาดการณ์ ณ วันที่ 21 มิถุนายน 2569) |
||
|
ปริมาณน้ำเก็บกัก |
เปรียบเทียบกับปี 2568 เพิ่มขึ้น/ลดลง |
ปริมาณน้ำเก็บกัก |
เปรียบเทียบกับปี 2568 เพิ่มขึ้น/ลดลง |
|
|
เหนือ |
14,996 |
164 |
19,674 |
(4,293) |
|
ตะวันออกเฉียงเหนือ |
5,487 |
53 |
5,689 |
(1,791) |
|
ตะวันออก |
1,096 |
(113) |
880 |
(352) |
|
กลาง |
572 |
59 |
1,083 |
(12) |
|
ตะวันตก |
18,096 |
(44) |
20,760 |
(3,267) |
|
ใต้ |
4,609 |
(352) |
4,506 |
(616) |
|
รวมทั้งประเทศ |
44,856 |
(233) |
52,592 |
(10,331) |
2.3 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 มีรายละเอียดมาตรการที่เกี่ยวข้องกรณีฝนทิ้งช่วงสรุปได้ ดังนี้
|
ประเด็น |
สาระสำคัญ |
|
มาตรการที่ 1 คาดการณ์ชี้เป้าและแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและพื้นที่เสี่ยงฝนทิ้งช่วง โดยได้คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำรอบเดือนมิถุนายน 2569 ดังนี้ |
|
|
1) ด้านอุปโภคบริโภค |
(1) ในเขตให้บริการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) จำนวน 21 สาขา 18 จังหวัด พบว่า มีระดับความเสี่ยงปานกลาง 1 สาขา 1 จังหวัด คือ สาขาเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยคาดว่า มีปริมาณน้ำต้นทุนใช้ได้ถึงเดือนกันยายน 2569 กปภ. จึงได้ดำเนินการตามแผนรองรับระยะสั้นเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เช่น วางท่อส่งน้ำและสูบน้ำจากแหล่งน้ำสำรอง ใช้น้ำบาดาล สร้างฝาย ชั่วคราว รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้สถานการณ์และประหยัดน้ำ ส่วนสาขาและจังหวัดที่เหลือมีความเสี่ยงต่ำ (2) นอกเขตให้บริการ กปภ. (ประปาท้องถิ่น) ได้มีการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยง จำนวน 24 จังหวัดโดยมีพื้นที่เสียงที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว 2 จังหวัด คือ จังหวัดอุดรธานี และประจวบคีรีขันธ์ โดยได้สูบน้ำช่วยเหลือปริมาณ 0.8 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ 11,151 ไร่ และประชาชน 36,957 คน |
|
2) ด้านการเกษตร |
(1) ได้มีการตรวจสอบพื้นที่นาข้าวพืชไร่พืชผักที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ จำนวน 24 จังหวัด พบว่า มีปริมาณน้ำเพียงพอจนถึงระยะเก็บเกี่ยว (2) มีพื้นที่ไม้ผลไม้ยืนต้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ จำนวน 4 จังหวัด คือ จังหวัดกระบี่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และฉะเชิงเทรา เนื่องจากพบว่าในพื้นที่มีปริมาณน้ำน้อย จึงได้ประชาสัมพันธ์เกษตรกรในเรื่องภัยแล้งและขุดลอกร่องสวนเพื่อกักเก็บน้ำ |
|
3) ด้านคุณภาพน้ำ |
มีพื้นที่ในเขตให้บริการ กปภ. จำนวน 4 จังหวัด 6 สาขา คือ จังหวัดฉะเชิงเทรา พังงา นครศรีธรรมราช และสงขลา ที่มีเสี่ยงขาดแคลนน้ำ กปภ. จึงได้มีแนวทางรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ โดยการรับน้ำประปาจากสาขาข้างเคียง การรับซื้อน้ำประปาเอกชนและน้ำดิบเอกชน |
|
มาตรการที่ 2 ทบทวน ปรับปรุง เกณฑ์บริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำ อาคารควบคุมบังคับน้ำอย่างบูรณาการในระบบลุ่มน้ำและกลุ่มลุ่มน้ำ ซึ่ง สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการติดตามการบริหารจัดการน้ำในภาพรวมของกลุ่มลุ่มน้ำ รวมทั้งการวางแผน ปรับปฏิทินและควบคุมพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูฝนให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ |
|
2.4 การดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องสรุปได้ ดังนี้
|
การดำเนินการ |
สาระสำคัญ |
|
|
1) จัดทำแผนการบริหารจัดการน้ำในภาคอุตสาหกรรม |
สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์เอลนีโญโดยการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในภาคตะวันออก เนื่องจากเป็นพื้นที่เศรษฐกิจหลักที่สำคัญของประเทศ และร่วมประชุมเตรียมการตามแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำแล้งในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกด้วยแล้ว |
|
|
2) ขุดลอกแม่น้ำ คูคลอง หนอง บึง |
(1) ในปีงบประมาณ 2569 ได้มีแผนดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 1,347 โครงการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มพื้นที่รับประโยชน์ 20,612 ไร่ และเพิ่มปริมาตร กักเก็บน้ำได้ 12.79 ล้านลูกบาศก์เมตร (2) ในปีงบประมาณ 2570 ได้มีแผนดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 3,118 โครงการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มพื้นที่รับประโยชน์ 227,700 ไร่ และเพิ่มปริมาตรกักเก็บน้ำได้ 34 ล้านลูกบาศก์เมตร |
|
|
3) การจัดตั้งกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 |
สทนช. ได้เสนอให้กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ เป็นองค์กรหลักการบริหารจัดการน้ำ โดยทำหน้าที่บูรณาการหน่วยงานในการติดตามข้อมูลสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำเพื่อนำมาวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์ พื้นที่เสี่ยง และวางแผนการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งบูรณาการสั่งการการบริหารจัดการน้ำ พร้อมทั้งเสนอแนวทาง/มาตรการหรือแผนปฏิบัติการ และงบประมาณ เพื่อป้องกัน แก้ไข และบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัย ภัยแล้ง และคุณภาพน้ำ ให้สอดคล้องกับแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมและน้ำแล้ง รวมทั้งประสานการปฏิบัติงานกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง และสนับสนุนการปฏิบัติงานของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ |
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 5 สิงหาคม 2569
g13














