ขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2568 เรื่อง โครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษาสำหรับการวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศ
ขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2568 เรื่อง โครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษาสำหรับการวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศ

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2568 ในส่วนของการปรับปรุงชื่อโครงการ ระยะเวลาดำเนินการ รายละเอียดโครงการ และวงเงินงบประมาณ และขออนุมัติเปลี่ยนแปลงรายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จากโครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษาสำหรับการวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศ ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี (พ.ศ. 2569 - 2572) โดยใช้งบดำเนินงาน วงเงินงบประมาณรวม 5,413.75 ล้านบาท เป็นโครงการพัฒนาระบบการเรียนรู้และทักษะรายบุคคล เพื่อยกระดับทุนมนุษย์ของประเทศไทย (Thailand Future SkillMap) ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี (พ.ศ. 2569 - 2574) โดยใช้งบดำเนินงานและงบเงินอุดหนุน วงเงินงบประมาณรวม 4,500 ล้านบาท ตามที่กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เสนอ
สาระสำคัญของเรื่อง
อว. รายงานว่า
1. อว. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการปรับปรุงการดำเนินการโครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะฯ (คณะกรรมการปรับปรุงการดำเนินการฯ) เพื่อทบทวนแนวทางการดำเนินโครงการเดิมให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับนโยบายพัฒนากำลังคนทักษะสูงในอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ ตลอดจนเกิดการบูรณาการการดำเนินงานระหว่างกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากำลังคนของประเทศ ประกอบกับคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร มีความเห็นและข้อสังเกต ต่อโครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะฯ เช่น (1) ควรใช้องค์ความรู้และบุคลากรภายใน อว. หรือมหาวิทยาลัยในการพัฒนาระบบส่วนแกนหลัก (Core System) และเน้นการเชื่อมโยงระบบ API (Application Programming Interface) กับแพลตฟอร์มที่มีอยู่เดิม เช่น Thai MOOC (2) ผู้บริหารระดับสูงของ อว. และ ศธ. ควรบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อให้แพลตฟอร์มเชื่อมต่อกันได้จริงและป้องกันการลงทุนซ้ำซ้อน รวมทั้งคณะกรรมการจัดทำร่างขอบเขตของงานและกำหนดราคากลางเห็นควรให้ปรับปรุงแก้ไขประเด็นต่าง ๆ อันเนื่องมาจากผลการประชาพิจารณ์ร่างขอบเขตของงาน (Term of Reference: TOR) เช่น ควรเพิ่มการจัดทำแผนด้านความยั่งยืนและโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลแบบเปิด (Open Data Infrastructure) ควรเพิ่มการทดสอบการใช้งานระบบโดยผู้ใช้งานจริง ดังนั้น คณะกรรมการปรับปรุงการดำเนินการฯ จึงได้มีมติเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 รับทราบการยกเลิกร่าง TOR ฉบับเดิม และมีมติเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เห็นชอบข้อเสนอแนวทางการปรับปรุงขอบเขตการดำเนินงานและกรอบงบประมาณของโครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะฯ โดยผูกพันระยะเวลา 5 ปี และมอบหมายสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) ดำเนินการตามกระบวนการและขั้นตอนให้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะจากที่ประชุม เช่น ควรปรับข้อเสนอให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ยกกำลังสอง (Thailand2) และนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาข้อเสนอโครงการที่ปรับปรุงใหม่ต่อไป และต่อมาสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติได้ปรับชื่อโครงการเป็น “โครงการพัฒนาระบบการเรียนรู้ฯ” และขยายระยะเวลาดำเนินโครงการจากเดิม 4 ปี (พ.ศ.2569-2572) เป็น 6 ปี (พ.ศ. 2569-2574) วงเงิน 4,500 ล้านบาท
2. โครงการพัฒนาระบบการเรียนรู้ฯ (โครงการใหม่) มีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้
2.1 วัตถุประสงค์
เพื่อจัดทำระบบการเรียนรู้และทักษะรายบุคคลและยกระดับทุนมนุษย์ของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้และพัฒนาทักษะตนเองได้อย่างต่อเนื่อง เปิดโอกาสทางการศึกษาและอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ปัจจุบันและอนาคตผ่านการจัดทำระบบเพื่อรองรับการดำเนินงานโครงการพัฒนาระบบการเรียนรู้ฯ รองรับตลาดกลางการเรียนรู้และบริการที่เชื่อมโยงระบบกับแพลตฟอร์มการเรียนรู้อื่น ๆ ทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งออกแบบและส่งเสริมสิทธิประโยชน์ที่สอดคล้องกับกลไกตลาดเพื่อยกระดับแรงงานในระบบและทักษะใหม่แห่งอนาคต และสนับสนุนเส้นทางการพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศและของกลุ่มผู้เข้าใช้งานระบบ
2.2 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักศึกษา บัณฑิตจบใหม่ และประชาชนทั่วไป
2.3 ระยะเวลาดำเนินงาน 6 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ.2569-2574) โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่
(1) ระยะที่ 1 (ปีงบประมาณ พ.ศ.2569-2571) วางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานหลัก (Core Engine) และตลาดกลางการเรียนรู้และบริการ
(2) ระยะที่ 2 (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2572-2574) ขยายผลตลาดกลางการเรียนรู้และบริการและระบบสิทธิประโยชน์ทั่วประเทศ
2.4 โครงสร้างการทำงานของระบบ ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก ดังนี้
(1) Core Engine เป็นแกนกลางของทั้งระบบที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนระบบการเรียนรู้และทักษะรายบุคคลเพื่อยกระดับทุนมนุษย์ของประเทศไทย ตั้งแต่การวิเคราะห์ตลาดงานและช่องว่างทักษะ การแนะนำอาชีพและหลักสูตรตามเส้นทางการเรียนรู้ การเก็บข้อมูลผลการเรียน/การฝึกอบรม เช่น ใบประมวลผลการศึกษา ใบรับรอง ให้เป็นข้อมูลทักษะรายบุคคลและเชื่อมโยงสู่ตลาดแรงงาน ประกอบด้วยโมดูลการทำงาน 9 โมดูล ได้แก่
1) ระบบข้อมูลตลาดงานและความต้องการทักษะ (Demand & Skill Intelligence)
2) ระบบการจับคู่และประเมินทักษะ (Skill Mapping & Evaluation)
3) ระบบข้อมูลประวัติผู้เรียน (National Learner Profile)
4) ระบบแนะนำอาชีพและเส้นทางการเรียนรู้ (Career & Learning Recommendation)
5) ระบบแฟ้มสะสมทักษะและหน่วยกิต (Skill & Credit Portfolio)
6) ระบบยืนยันตัวตน (National Identity)
7) ระบบให้คำปรึกษาและสนับสนุน (Counseling & Support)
8) ระบบการกำกับดูแลและรักษาความปลอดภัยของข้อมูล (Data Governance & Security)
9) ช่องทางเชื่อมต่อข้อมูล (API Gateway) โดยมีการจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดจากระบบไว้ในคลังข้อมูลกลางเพื่อเชื่อมโยงและให้บริการข้อมูลกับส่วนอื่น ๆ
(2) ตลาดกลางการเรียนรู้และบริการ เป็นศูนย์รวมหลักสูตรและโมดูลการเรียนรู้จากหลากหลายผู้ให้บริการ ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา แพลตฟอร์มต่างประเทศ เช่น Coursera และใบรับรองวิชาชีพ เช่น E-Workforce Ecosystem Platform (EWE Platform) โดยมีคณะกรรมการรับรองมาตรฐานหลักสูตรก่อนเข้าสู่ระบบและมีกลไกประเมินการออกใบรับรองดิจิทัล และตรวจสอบความถูกต้องแบบกระจายศูนย์ (Distributed Verification)
(3) สิทธิประโยชน์และแรงจูงใจ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่
1) ผู้ผลิตเนื้อหา/หลักสูตร จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือโทเคนการศึกษา ตามผลลัพธ์การใช้งานจริง
2) ผู้เข้ารับการฝึกอบรมและภาคเอกชนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี การร่วมทุน หรือเงินอุดหนุน และบุคคลทั่วไป จะได้รับสิทธิในการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ที่มีรายได้อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี ส่วนผู้มีรายได้น้อยจะได้รับคูปอง/โทเคนการศึกษา
(4) การเชื่อมโยงการมีส่วนร่วมกับภาคเอกชน โดยให้ภาคเอกชนส่งข้อมูลความต้องการทักษะ ร่วมออกแบบหลักสูตร และประกาศรับสมัครงาน เพื่อจับคู่กับผู้เรียนที่มีทักษะตรงตามต้องการ รวมทั้งการส่งเสริมให้เกิดธุรกิจใหม่ทางเทคโนโลยีด้านการศึกษา (EdTech Startup) ในการต่อยอดข้อมูลทักษะ
2.5 เป้าหมายผู้ใช้งานรายปี
หน่วย : คน
|
ปี |
เป้าหมายผู้ใช้งาน |
|
2569 (ปีที่ 1) |
ยังไม่มีผู้ใช้งาน (อยู่ระหว่างพัฒนาระบบ Core Engine) |
|
2570 (ปีที่ 2) |
300,000 |
|
2571 (ปีที่ 3) |
400,000 |
|
2572 (ปีที่ 4) |
ปีละ 600,000 |
|
2573 (ปีที่ 5) |
|
|
2574 (ปีที่ 6) |
|
|
รวม |
2,500,000 |
ทั้งนี้ โครงการพัฒนาระบบการเรียนรู้ฯ (โครงการใหม่) มีความแตกต่างจากโครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสม ทักษะฯ (โครงการเดิม) ดังนี้ (1) ปรับเปลี่ยนแนวทางการจัดหาระบบรองรับการดำเนินโครงการ จากเดิมเช่าใช้บริการเป็นรายปี (Subscription) จากเอกชน เป็นพัฒนาระบบโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (2) ปรับเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายของโครงการให้ครอบคลุมถึงนักศึกษา บัณฑิตจบใหม่ และประชาชนทั่วไป (เดิมครอบคลุมเฉพาะนักศึกษา) (3) ปรับเปลี่ยนระบบภายใน ดังนี้
|
ระบบภายในเดิม |
ระบบภายในใหม่ |
|
1) คงระบบเดิมไว้ จำนวน 4 ระบบ ได้แก่ 1.1) ระบบข้อมูลประวัติผู้เรียน (National Learner Profile) 1.2) ระบบคลังข้อสอบสำหรับการทดสอบ (Test Prep Question Bank) 1.3) ระบบจัดการเอกสาร (Document Management) 1.4) ระบบการเรียนรู้ผ่านคอร์สออนไลน์ (Online Course Learning) หมายเหตุ : ระบบตามข้อ 1.2)-1.4) ย้ายไปอยู่ในส่วนของตลาดกลางการเรียนรู้และบริการ |
|
|
2) ยกเลิกระบบเดิม จำนวน 1 ระบบ ได้แก่ ระบบสมุดบันทึกนักเรียน (Student Passbook) |
|
|
3) จัดทำระบบใหม่ (จำนวน 7 ระบบ) เพื่อทดแทนระบบเดิม (จำนวน 14 ระบบ) ได้แก่ |
|
|
ระบบจับคู่งาน (Job Matching) |
ทดแทนโดยระบบข้อมูลตลาดงานและความต้องการทักษะ (Demand & Skill Intelligence) |
|
ระบบจับคู่ทักษะ (Skill Mapping) |
ทดแทนโดยระบบการจับคู่และประเมินทักษะ (Skill Mapping & Evaluation) |
|
ระบบค้นหาจุดเด่น (Strengths Finder) |
ทดแทนโดยระบบแนะนำอาชีพและเส้นทางการเรียนรู้ (Career & Learning Recommendation) |
|
ระบบจัดการผู้ใช้งาน (User Management) |
ทดแทนโดยระบบยืนยันตัวตน (National Identity) |
|
ระบบข่าวสารและประกาศ (News and Announcements) |
ทดแทนโดยระบบให้คำปรึกษาและสนับสนุน (Counseling & Support) |
|
ระบบแลกเปลี่ยนความคิดเห็น (Community Forums) |
|
|
ระบบรับ-ส่งข้อความในรูปแบบกลุ่มและบุคคล (Chat and Messaging) |
|
|
ระบบศูนย์กลางกิจกรรม ทุนการศึกษาและการแข่งขัน (Activity, Scholarship and Competitions Hub) |
|
|
ระบบจัดการสื่อสังคมออนไลน์ [Social Media and Learning management system (LMS) integration] |
|
|
ระบบสร้าง e-Portfolio (e-Portfolio Creation) |
ทดแทนโดยระบบแฟ้มสะสมทักษะและหน่วยกิต (Skill & Credit Portfolio) และช่องทางเชื่อมต่อข้อมูล (API Gateway) |
|
ระบบบริหารจัดการเครดิต (Credit Management) |
|
|
ระบบโอนย้ายหน่วยกิต (Credit Transfer) |
|
|
ระบบใบรับรองดิจิทัล (Digital Credentials) |
|
|
ระบบเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน (Productivity Tools) |
|
|
4) จัดทำระบบเพิ่มเติม จำนวน 1 ระบบ ได้แก่ ระบบการกำกับดูแลและรักษาความปลอดภัยของข้อมูล (Data Governance & Security) |
|
(4) ปรับลดวงเงินของโครงการ จากเดิม 5,413.75 ล้านบาท เป็น 4,500 ล้านบาท
(5) ปรับเพิ่มเป้าหมายจำนวนผู้ใช้งาน จากเดิม 2,211,234 คน เป็น 2,500,000 คน
และ 6) ขยายระยะเวลาดำเนินการจาก 4 ปี (พ.ศ. 2569-2572) เป็น 6 ปี (พ.ศ.2569-2574)
2.6 กรอบระยะเวลาและงบประมาณ ผูกพันงบประมาณ พ.ศ. 2569-2574 วงเงินรวม 4,500 ล้านบาท (วงเงินเดิม 5,413.75 ล้านบาท) ลดลงจากวงเงินเดิม 913.75 ล้านบาท
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
(1) ประชาชน/ผู้เรียนได้รู้จุดแข็ง/ช่องว่างทักษะของตนเองมีระบบสะสมหน่วยกิต/ทักษะที่นำไปใช้ได้ตลอดชีวิต เข้าถึงแหล่งเรียนรู้คุณภาพสูงได้อย่างเท่าเทียม รองรับการยกระดับทักษะ (Upskill)/ปรับทักษะใหม่ (Reskill) หรือเปลี่ยนสายอาชีพ
(2) ช่วยลดเวลาและต้นทุนในการสรรหาบุคลากรสำหรับภาคธุรกิจ/นายจ้าง และสามารถคัดเลือกคนที่ทักษะตรงกับงานได้แม่นยำยิ่งขึ้น
(3) ช่วยลดปัญหาเรียนจบไม่ตรงสาย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วยการพัฒนากำลังคนทักษะสูงในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย
3. อว. ได้จัดทำรายละเอียดข้อมูลที่หน่วยงานของรัฐต้องเสนอพร้อมกับการขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ด้วยแล้ว
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) 8 กันยายน 2569
g13














