โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เครื่องที่ 4
โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เครื่องที่ 4

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำเนินโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เครื่องที่ 4 (โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าฯ) ในวงเงินลงทุนรวม 2,088.56 ล้านบาท ตามที่กระทรวงพลังงาน (พน.) เสนอ
เรื่องเดิม
คณะรัฐมนตรีมีมติ (29 มกราคม 2534) อนุมัติแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. ที่ปรับปรุงใหม่ จำนวน 36 โครงการ ในวงเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 207,491 ล้านบาท ตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเสนอ ซึ่งรวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เครื่องที่ 4 ด้วย
สาระสำคัญของเรื่อง
1. โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์มีลักษณะเป็นเขื่อนดินแกนดินเหนียวที่ก่อสร้างบนลำน้ำน่าน บริเวณเขาผาซ่อม ตำบลผาเลือด อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นเขื่อนอเนกประสงค์เพื่อใช้ในการบริหารจัดการน้ำสำหรับการเพาะปลูก การบรรเทาอุทกภัยและการผลิตไฟฟ้า โดยเขื่อนสิริกิติ์มีการติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้ารวม 4 เครื่อง กำลังผลิตเครื่องละ 125 เมกะวัตต์ กำลังผลิตรวม 500 เมกะวัตต์ สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เฉลี่ยปีละ 1,018.12 ล้านหน่วย ซึ่งสถานภาพของโรงไฟฟ้าในปัจจุบันสรุปได้ ดังนี้
|
เครื่องที่ |
กำลังผลิต (เมกะวัตต์) |
วันเริ่ม ผลิตไฟฟ้า |
อายุการใช้งาน ถึงปีที่ปรับปรุง |
การปรับปรุงโรงไฟฟ้า |
อายุโรงไฟฟ้า (ถึงปี 2569) |
|
1 |
125 |
12 มกราคม 2517 |
30 ปี |
แล้วเสร็จปี 2547 |
ประมาณ 52 ปี |
|
2 |
125 |
18 มีนาคม 2517 |
28 ปี |
แล้วเสร็จปี 2546 |
ประมาณ 52 ปี |
|
3 |
125 |
3 กรกฎาคม 2517 |
28 ปี |
แล้วเสร็จปี 2545 |
ประมาณ 52 ปี |
|
4 |
125 |
23 กันยายน 2538 |
แผนปรับปรุงแล้วเสร็จ ปี 2572 |
ประมาณ 31 ปี |
หมายเหตุ : อายุการใช้งานโรงไฟฟ้าแต่ละเครื่องประมาณ 30 ปี
2. ปัจจุบัน โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เครื่องที่ 4 มีอายุการใช้งานประมาณ 31 ปี (ณ ปี 2569) ซึ่งถือว่าใกล้จะหมดอายุการใช้งาน เนื่องจากอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าจะเริ่มเสื่อมสภาพต่ำกว่าเกณฑ์ที่โรงไฟฟ้าจะเดินเครื่องอย่างปลอดภัย ดังนั้น กฟผ. จึงได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าฯ โดยจะพิจารณาปรับปรุงเฉพาะอุปกรณ์เท่าที่จำเป็น เหมาะสม และมีความสำคัญต่อความพร้อมและความมั่นคงในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า โดยคำนึงถึงความประหยัดและมีความคุ้มค่าต่อการลงทุนเป็นสำคัญ ซึ่งคณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (คกก. กฟผ.) ในคราวประชุมครั้งที่ 6/2566 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2566 ได้มีมติเห็นชอบรายงานการศึกษาความเหมาะสมของโครงการดังกล่าวแล้ว
3. เรื่องนี้เป็นการเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำเนินโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เครื่องที่ 4 (โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าฯ) โดยมีวงเงินลงทุนรวม 2,088.56 ล้านบาท เนื่องจากโรงไฟฟ้าดังกล่าวใกล้จะหมดอายุการใช้งานแล้ว (อายุการใช้งานประมาณ 31 ปี) โดยมีอุปกรณ์หลายส่วนเสื่อมสภาพตามระยะเวลาการใช้งาน และบางอุปกรณ์ไม่สามารถหาอะไหล่สำหรับซ่อมบำรุงรักษาได้ จึงอาจมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดปัญหาในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งจากการศึกษาความเหมาะสมโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าดังกล่าวพบว่า การยืดอายุโรงไฟฟ้าโดยการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงในส่วนของอุปกรณ์เครื่องกล (เช่น กังหันน้ำ เครื่องควบคุมความเร็วรอบ และวาล์วน้ำเข้า) และอุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบควบคุม (เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้าระบบกระตุ้นแม่เหล็กไฟฟ้า และหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังหลัก) อย่างเหมาะสมจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และช่วยยืดอายุโรงไฟฟ้าออกไปไม่น้อยกว่า 30 ปี รวมถึง ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนทำให้มีต้นทุนการผลิตต่ำ ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้จะช่วยให้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้เพิ่มขึ้นจาก 242.42 ล้านหน่วย/ปี เป็น 251.28 ล้านหน่วย/ปี
ทั้งนี้ ในส่วนของค่าใช้จ่ายการดำเนินงานโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าฯ รวมทั้งสิ้น 2,088.56 ล้านบาท กฟผ. จะพิจารณาแหล่งเงินทุนจากแหล่งในประเทศ ด้วยการระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน การออกพันธบัตรลงทุนในประเทศและเงินรายได้ของ กฟผ. เป็นหลัก
4. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงบประมาณ (สงป.) และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) [โดยมติของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) ในการประชุมครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568] พิจารณาแล้วเห็นชอบ/ไม่ขัดข้องโดยมีความเห็นเพิ่มเติม ดังนี้
|
หน่วยงาน |
ความเห็น |
|
สงป. |
กฟผ. ควรบริหารจัดการเรื่องการเงินและการลงทุนให้เหมาะสม มีมาตรการรองรับในกรณีที่อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีความผันผวน รวมทั้งปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ตลอดจนดำเนินการก่อหนี้และบริหารหนี้ในทุกมิติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 |
|
สศช. (สภาพัฒน์ฯ) |
- เห็นควรให้ กฟผ. ให้ความสำคัญกับการเปิดกว้างให้มีการแข่งขันจากผู้เข้าประกวดราคาหลายราย - เห็นควรมอบหมายให้ กฟผ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan : PDP) ฉบับใหม่และเร่งศึกษาการเปิดใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม และปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพิจารณากำหนดอัตราค่าบริการใช้หรือเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่สะท้อนถึงต้นทุนที่แท้จริง และเป็นภาระแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าเท่าที่จำเป็นให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งจะทำให้ภาคการผลิตไฟฟ้าทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าได้ตามแผน PDP ฉบับใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถสนับสนุนเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการผลิตไฟฟ้าตามแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ พ.ศ. 2564-2573 |
ส่วนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าฯ เป็นการดำเนินการตามมาตรา 43 (1) แห่งพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2511 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งบัญญัติให้ กฟผ. ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อนจึงจะดำเนินกิจการลงทุนเพื่อขยายโครงการเดิมหรือริเริ่มโครงการใหม่ได้ ดังนั้น คณะรัฐมนตรีจึงสามารถพิจารณาให้ความเห็นชอบตามที่ พน. เสนอได้
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) 15 กันยายน 2569
g14














