โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เครื่องที่ 4

Category: มติ ครม.
Published on Thursday, 17 September 2026 09:21
Hits: 210

 

 

โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เครื่องที่ 4

 

Gov 8

 

          คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำเนินโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เครื่องที่ 4 (โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าฯ) ในวงเงินลงทุนรวม 2,088.56 ล้านบาท ตามที่กระทรวงพลังงาน (พน.) เสนอ 

          เรื่องเดิม

          คณะรัฐมนตรีมีมติ (29 มกราคม 2534) อนุมัติแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. ที่ปรับปรุงใหม่ จำนวน 36 โครงการ ในวงเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 207,491 ล้านบาท ตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเสนอ ซึ่งรวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เครื่องที่ 4 ด้วย

          สาระสำคัญของเรื่อง

          1. โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์มีลักษณะเป็นเขื่อนดินแกนดินเหนียวที่ก่อสร้างบนลำน้ำน่าน บริเวณเขาผาซ่อม ตำบลผาเลือด อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นเขื่อนอเนกประสงค์เพื่อใช้ในการบริหารจัดการน้ำสำหรับการเพาะปลูก การบรรเทาอุทกภัยและการผลิตไฟฟ้า โดยเขื่อนสิริกิติ์มีการติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้ารวม 4 เครื่อง กำลังผลิตเครื่องละ 125 เมกะวัตต์ กำลังผลิตรวม 500 เมกะวัตต์ สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เฉลี่ยปีละ 1,018.12 ล้านหน่วย ซึ่งสถานภาพของโรงไฟฟ้าในปัจจุบันสรุปได้ ดังนี้

 

เครื่องที่

กำลังผลิต

(เมกะวัตต์)

วันเริ่ม

ผลิตไฟฟ้า

อายุการใช้งาน

ถึงปีที่ปรับปรุง

การปรับปรุงโรงไฟฟ้า

อายุโรงไฟฟ้า

(ถึงปี 2569)

1

125

12 มกราคม 2517

30 ปี

แล้วเสร็จปี 2547

ประมาณ 52 ปี

2

125

18 มีนาคม 2517

28 ปี

แล้วเสร็จปี 2546

ประมาณ 52 ปี

3

125

3 กรกฎาคม 2517

28 ปี

แล้วเสร็จปี 2545

ประมาณ 52 ปี

4

125

23 กันยายน 2538

 

แผนปรับปรุงแล้วเสร็จ

ปี 2572

ประมาณ 31 ปี

หมายเหตุ : อายุการใช้งานโรงไฟฟ้าแต่ละเครื่องประมาณ 30 ปี 

 

 

          2. ปัจจุบัน โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เครื่องที่ 4 มีอายุการใช้งานประมาณ 31 ปี (ณ ปี 2569) ซึ่งถือว่าใกล้จะหมดอายุการใช้งาน เนื่องจากอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าจะเริ่มเสื่อมสภาพต่ำกว่าเกณฑ์ที่โรงไฟฟ้าจะเดินเครื่องอย่างปลอดภัย ดังนั้น กฟผ. จึงได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าฯ โดยจะพิจารณาปรับปรุงเฉพาะอุปกรณ์เท่าที่จำเป็น เหมาะสม และมีความสำคัญต่อความพร้อมและความมั่นคงในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า โดยคำนึงถึงความประหยัดและมีความคุ้มค่าต่อการลงทุนเป็นสำคัญ ซึ่งคณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (คกก. กฟผ.) ในคราวประชุมครั้งที่ 6/2566 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2566 ได้มีมติเห็นชอบรายงานการศึกษาความเหมาะสมของโครงการดังกล่าวแล้ว

          3. เรื่องนี้เป็นการเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำเนินโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เครื่องที่ 4 (โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าฯ) โดยมีวงเงินลงทุนรวม 2,088.56 ล้านบาท เนื่องจากโรงไฟฟ้าดังกล่าวใกล้จะหมดอายุการใช้งานแล้ว (อายุการใช้งานประมาณ 31 ปี) โดยมีอุปกรณ์หลายส่วนเสื่อมสภาพตามระยะเวลาการใช้งาน และบางอุปกรณ์ไม่สามารถหาอะไหล่สำหรับซ่อมบำรุงรักษาได้ จึงอาจมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดปัญหาในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งจากการศึกษาความเหมาะสมโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าดังกล่าวพบว่า การยืดอายุโรงไฟฟ้าโดยการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงในส่วนของอุปกรณ์เครื่องกล (เช่น กังหันน้ำ เครื่องควบคุมความเร็วรอบ และวาล์วน้ำเข้า) และอุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบควบคุม (เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้าระบบกระตุ้นแม่เหล็กไฟฟ้า และหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังหลัก) อย่างเหมาะสมจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และช่วยยืดอายุโรงไฟฟ้าออกไปไม่น้อยกว่า 30 ปี รวมถึง ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนทำให้มีต้นทุนการผลิตต่ำ ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้จะช่วยให้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้เพิ่มขึ้นจาก 242.42 ล้านหน่วย/ปี เป็น 251.28 ล้านหน่วย/ปี

          ทั้งนี้ ในส่วนของค่าใช้จ่ายการดำเนินงานโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าฯ รวมทั้งสิ้น 2,088.56 ล้านบาท กฟผ. จะพิจารณาแหล่งเงินทุนจากแหล่งในประเทศ ด้วยการระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน การออกพันธบัตรลงทุนในประเทศและเงินรายได้ของ กฟผ. เป็นหลัก

          4. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงบประมาณ (สงป.) และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) [โดยมติของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) ในการประชุมครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568] พิจารณาแล้วเห็นชอบ/ไม่ขัดข้องโดยมีความเห็นเพิ่มเติม ดังนี้

 

หน่วยงาน

ความเห็น

สงป.

กฟผ. ควรบริหารจัดการเรื่องการเงินและการลงทุนให้เหมาะสม มีมาตรการรองรับในกรณีที่อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีความผันผวน รวมทั้งปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ตลอดจนดำเนินการก่อหนี้และบริหารหนี้ในทุกมิติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561

สศช. (สภาพัฒน์ฯ)

- เห็นควรให้ กฟผ. ให้ความสำคัญกับการเปิดกว้างให้มีการแข่งขันจากผู้เข้าประกวดราคาหลายราย

- เห็นควรมอบหมายให้ กฟผ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan : PDP) ฉบับใหม่และเร่งศึกษาการเปิดใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม และปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพิจารณากำหนดอัตราค่าบริการใช้หรือเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่สะท้อนถึงต้นทุนที่แท้จริง และเป็นภาระแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าเท่าที่จำเป็นให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งจะทำให้ภาคการผลิตไฟฟ้าทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าได้ตามแผน PDP ฉบับใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถสนับสนุนเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการผลิตไฟฟ้าตามแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ พ.ศ. 2564-2573

 

          ส่วนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า โครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าฯ เป็นการดำเนินการตามมาตรา 43 (1) แห่งพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2511 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งบัญญัติให้ กฟผ. ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อนจึงจะดำเนินกิจการลงทุนเพื่อขยายโครงการเดิมหรือริเริ่มโครงการใหม่ได้ ดังนั้น คณะรัฐมนตรีจึงสามารถพิจารณาให้ความเห็นชอบตามที่ พน. เสนอได้

 

 

(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) 15 กันยายน 2569

 

 

g14

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100