ขออนุมัติกรอบวงเงินและรูปแบบกรมธรรม์ประกันภัยธรรมชาติ (อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว) ระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570

Category: มติ ครม.
Published on Thursday, 17 September 2026 09:30
Hits: 152

 

ขออนุมัติกรอบวงเงินและรูปแบบกรมธรรม์ประกันภัยธรรมชาติ (อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว) ระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570

 

Gov 8

 

          คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัยเสนอ ดังนี้ 

          1. เห็นชอบกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่ม และกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ 

          2. อนุมัติกรอบวงเงินประมาณในการดำเนินการซื้อประกันภัยให้กับประชาชน ค่าเบี้ยประกันภัยในวงเงินรวม จำนวน 15,500,000,000 บาท เพื่อให้ความคุ้มครอง 3 ประเภทภัย ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว แบ่งเป็น

              (1) กรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงิน 15,000,000,000 บาท 

              (2) กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงิน 500,000,000 บาท 

          3. มอบหมายให้สำนักงบประมาณ เป็นหน่วยงานจัดสรรงบประมาณให้เป็นไปตามกรอบวงเงิน และวัตถุประสงค์ที่กำหนด

          4. มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ในฐานะผู้กำกับดูแลธุรกิจประกันภัย ร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทย ดำเนินการจัดหาผู้รับประกันภัยที่มีมาตรฐาน มีความมั่นคง น่าเชื่อถือ และเป็นธรรม โดยมุ่งหมายให้ผู้รับประกันภัยมีศักยภาพในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกฎหมายโดยเร็ว

          5. เห็นชอบให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นหน่วยรับงบประมาณและเบิกจ่ายให้ผู้รับประกันภัย ตามการจัดหาผู้รับประกันภัย และสัดส่วนจำนวนเงินตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) และสมาคมประกันวินาศภัยไทยคัดเลือกตามข้อ 4 โดยให้ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

          ทั้งนี้ เพื่อเป็นการคุ้มครอง บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และรองรับความเสี่ยงของความรุนแรงจากภัยพิบัติกรณีอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหวจากสภาวะสภาพอากาศที่แปรปรวน และทวีความรุนแรงให้หน่วยงานตามข้อ 3-5 จัดให้มีกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับประชาชนทุกหลังคาเรือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ตามกฎหมาย ระเบียบวิธีการ และขั้นตอน ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทยกำหนด

          สำหรับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น ให้ดำเนินการตามความเห็นของสำนักงบประมาณ (สงป.)

          เหตุผลความจำเป็นที่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรี

          เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยประสบภัยพิบัติที่มีความรุนแรงและความถี่เพิ่มมากขึ้น สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าเป็นเวลานานได้ว่าจะเกิดขึ้นในพื้นที่ใด และส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างทั้งในพื้นที่ที่เกิดภัยขึ้นซ้ำซากเป็นประจำทุกปี และพื้นที่ที่ไม่เคยเกิดภัยมาแล้วหลายปี โดยการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยที่ผ่านมาในแต่ละปีเป็นไปในเชิงตั้งรับที่ดำเนินการหลังจากเกิดภัยแล้ว ทำให้เกิดภาระงบประมาณที่ไม่แน่นอน ขณะที่ระบบประกันภัยเป็นไปในเชิงรุกที่ทำให้ภาครัฐสามารถประเมิน วางแผน และกำหนดล่วงหน้าก่อนเกิดภัยได้ว่าความเสี่ยงส่วนใดที่รัฐจะสามารถรับไว้ และส่วนใดสามารถกระจายหรือโอนความเสี่ยงไปยังระบบประกันภัย ประกอบกับคณะรัฐมนตรีมีมติในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดให้มีการซื้อประกันภัยให้กับประชาชน ดังนี้

          1. คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 เห็นชอบในหลักการการจัดตั้งกองทุนเพื่อการสงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ประสบสาธารณภัยขึ้น และให้กระทรวงมหาดไทย (กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) ร่วมกับกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนและถูกต้อง เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา โดยเร็วต่อไป ทั้งนี้ การพิจารณากลั่นกรองการจัดตั้งกองทุนดังกล่าว ขอให้คำนึงถึงประเด็นต่าง ๆ ด้วย ดังนี้

              1.1 ความซ้ำซ้อนกับกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน เช่น กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรับบริจาคและการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เป็นต้น

              1.2 รายได้หรือแหล่งที่มาของเงินที่จะนำเข้ากองทุนที่ชัดเจน เหมาะสมและมีความยั่งยืน

          2. คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เห็นชอบตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอให้มอบหมายรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ) เร่งรัดให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยร่วมกับกระทรวงมหาดไทย (กรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย) และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ศึกษาและออกแบบระบบประกันภัยพิบัติที่สามารถใช้ในการบริหารจัดการความเสียหายจากภัยพิบัติและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสม และเพียงพอ โดยให้สรุปผลการศึกษาให้ครอบคลุมถึงหลักเกณฑ์ รูปแบบ และแนวทางการดำเนินการ แล้วเสนอคณะรัฐมนตรีในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ณ จังหวัดสงขลา ในวันที่ 1 กันยายน 2569 ต่อไป

          3. คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 รับทราบผลการศึกษาการจัดตั้งกองทุนเพื่อการสงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ประสบสาธารณภัย และเห็นชอบให้ทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 (เรื่อง การจัดตั้งกองทุนเพื่อการสงเคราะห์ และฟื้นฟูผู้ประสบสาธารณภัย) จากเดิม “เห็นชอบในหลักการการจัดตั้งกองทุนเพื่อการสงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ประสบสาธารณภัย” เป็น “จัดให้มีระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” และเห็นชอบในหลักการให้ภาครัฐจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้แก่ประชาชนและให้กระทรวงมหาดไทย (กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังกล่าวให้ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและแล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนได้รับเงินช่วยเหลือ/ชดเชยความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินอย่างรวดเร็ว และครอบคลุม สำหรับงบประมาณที่ต้องใช้ให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 อย่างเคร่งครัด

          สาระสำคัญของเรื่อง 

          เพื่อให้ประชาชนได้รับความคุ้มครอง โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยและกลุ่มเปราะบาง สามารถเข้าถึงความคุ้มครองจากภัยพิบัติได้โดยเร็ว โดยให้กรมธรรม์มีผลความคุ้มครอง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570

          1. สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ 4331/3130 ลงวันที่ 11 กันยายน 2569 ส่งแบบและข้อความกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่มเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ อัตราเบี้ยประกันภัย 15,000,000,000 บาท และกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ อัตราเบี้ยประกันภัย 500,000,000 บาท โดยสรุปรวมดังนี้ 

 

หัวข้อ

รายละเอียด

1. ผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัย

นิติบุคคล (หน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานที่รัฐมอบหมาย) ที่ระบุชื่อเป็นผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยในตารางกรมธรรม์ประกันภัย

2. ผู้รับประกันภัย

บริษัทประกันวินาศภัยที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้ารับประกันภัย

3. ผู้เอาประกันภัย

กรณีที่อยู่อาศัย :

1. เจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เอาประกันภัยที่เป็นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนราษฎร

2. ผู้ครอบครองที่พักอาศัยที่ไม่เป็นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนราษฎร แต่ได้รับการรับรองว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีคนอาศัยอยู่ประจำจากผู้มีอำนาจตามกฎหมาย

กรณีการเสียชีวิต :

บุคคลที่มีสัญชาติไทย และมีเลขประจำตัวประชาชน

4. ผู้รับประโยชน์

กรณีที่อยู่อาศัย:

1. เจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้ครอบครองที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เอาประกันภัย หรือ

2. ผู้ครอบครองที่พักอาศัยที่ไม่เป็นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนราษฎร แต่ได้รับการรับรองว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีคนอาศัยอยู่ประจำจากผู้มีอำนาจตามกฎหมาย

กรณีการเสียชีวิต : ทายาทโดยธรรม

5. วงเงินความคุ้มครอง

กรณีที่อยู่อาศัย: สูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือนต่อภัยที่เกิดขึ้น โดยมีจำนวนเงินเอาประกันภัยสูงสุดต่อกรมธรรม์ภัย 75,000 ล้านบาท

กรณีการเสียชีวิต: 2,000,000 บาทต่อคน โดยไม่จำกัดจำนวนเงินเอาประกันภัยสูงสุดต่อกรมธรรม์ภัย

6. ระยะเวลาเอาประกันภัย

วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570

7. ความคุ้มครองกรณีที่อยู่อาศัย

ค่าสินไหมทดแทนต่อครั้ง ต่อหลังคาเรือน (บาท)

ส่วนที่ 1

ค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายเบื้องต้น

ส่วนที่ 2

ค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติม

7.1 ความเสียหายจากอุทกภัย (รวมถึงอุทกภัยอันเกิดจากลม พายุ น้ำป่า และโคลนถล่ม)

จำนวน 10,000 บาท ต่อครั้ง

สูงสุด 90,000 บาท ต่อครั้ง

7.2 ค่าชดเชยสำหรับผู้อยู่อาศัยในทรัพย์สินที่เอาประกันภัยเป็นประจำซึ่งได้รับผลกระทบจากภัยน้ำล้อม

จำนวน 10,000 บาท ต่อครั้ง

ไม่มี

7.3 ความเสียหายจากวาตภัย (รวมถึงฟ้าผ่า)

จำนวน 5,000 บาท ต่อครั้ง

สูงสุด 95,000 บาท ต่อครั้ง

7.4 ความเสียหายจากแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิดหรือคลื่นใต้น้ำหรือสึนามิ

จำนวน 5,000 บาท ต่อครั้ง

สูงสุด 95,000 บาท ต่อครั้ง

8. ความคุ้มครองกรณีการเสียชีวิต

8.1 จากอุทกภัย (รวมถึงอุทกภัยอันเกิดจากลม พายุ น้ำป่า และโคลนถล่ม)

8.2 จากวาตภัย (รวมถึงฟ้าผ่า)

8.3 จากแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิดหรือคลื่นใต้น้ำหรือสึนามิ

2,000,000 บาท

ไม่มี

 

          ประโยชน์และผลกระทบ

          ประชาชนได้รับความคุ้มครองที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือน (ตามข้อมูลสถิติจำนวนบ้าน สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ข้อมูล ณ วันที่ 10 กันยายน 2569) และความคุ้มครองกรณีการเสียชีวิต เมื่อเกิดสถานการณ์ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว จะได้รับเงินช่วยเหลือครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นมากกว่าเดิม และได้รับเงินช่วยเหลือรวดเร็วขึ้น ด้วยเครื่องมือการบริหารจัดการในการถ่ายโอนความเสี่ยงจากสาธารณภัย (Risk Transfer) ผ่านระบบประกันภัย และเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ 

 

 

(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) 15 กันยายน 2569

 

 

g15

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100