การโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่คู่สัญญาในการขายที่ราชพัสดุที่ตกเป็นของแผ่นดินตามคำพิพากษาของศาล

Category: มติ ครม.
Published on Thursday, 17 September 2026 09:31
Hits: 175

 

การโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่คู่สัญญาในการขายที่ราชพัสดุที่ตกเป็นของแผ่นดินตามคำพิพากษาของศาล

 

Gov 8

 

          คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุโดยการขายให้แก่คู่สัญญา รวมจำนวน 9 ราย (9 แปลง) ตามขั้นตอนที่กำหนดในกฎกระทรวงการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุที่มิใช่ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ พ.ศ. 2562 ข้อ 9 ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ และให้ กค. และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของสำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

          สาระสำคัญของเรื่อง

          1. เรื่องนี้กระทรวงการคลัง (กค.) นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุที่ได้มาโดยคำพิพากษาของศาลให้ตกเป็นของแผ่นดินโดยการขายให้แก่คู่สัญญา รวม 9 ราย (9 แปลง) มูลค่ารวม 3.98 ล้านบาท แบ่งเป็น การเปิดประมูลเป็นการทั่วไป จำนวน 8 ราย (8 แปลง) และยกเว้นการเปิดประมูลเป็นการทั่วไป 1 ราย (1 แปลง) ให้กับผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับ กค. ซึ่งกรมธนารักษ์ได้เปิดประมูลขายเป็นการทั่วไป/เจรจาทำความตกลงเรื่องราคาขายโดยยกเว้นการเปิดประมูลเป็นการทั่วไป และจัดทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ราชพัสดุให้กับผู้มีสิทธิซื้อที่ราชพัสดุเรียบร้อยแล้ว

          2. ที่ราชพัสดุที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เสนอมานี้เป็นทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และมีสถานะเป็นที่ราชพัสดุตามพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2562 ซึ่งบางส่วนมีสภาพทรัพย์สินที่มิได้มุ่งหมายเพื่อใช้ประโยชน์ในราชการตั้งแต่ต้น ประกอบกับไม่มีความเหมาะสมต่อการนำไปจัดหาประโยชน์ รวมทั้งมีภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อทางราชการ และสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดิน จึงจำเป็นต้องขายที่ราชพัสดุประเภทดังกล่าวเพื่อเป็นการลดภาระของรัฐ โดยข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 3,471 แปลง ซึ่งกรมธนารักษ์นำไปใช้ประโยชน์ในราชการ/จัดหาประโยชน์ จำนวน 442 แปลง เปิดประมูลขายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 429 แปลง (รวมที่ราชพัสดุ จำนวน 8 แปลง ที่เสนอขอความเห็นชอบการโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ประมูลได้ในครั้งนี้) และขายโดยยกเว้นการเปิดประมูล จำนวน 5 แปลง (รวมที่ราชพัสดุจำนวน 1 แปลง ที่เสนอขอยกเว้นการเปิดประมูลในครั้งนี้) คงเหลือการบริหารจัดการ จำนวน 2,595 แปลง

          3. กระทรวงยุติธรรม สำนักงบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณาแล้วเห็นชอบ/ไม่ขัดข้อง โดยมีความเห็นเพิ่มเติม เช่น ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และ กค. โดยกรมธนารักษ์ควรบริหารจัดการที่ราชพัสดุที่ยังคงเหลืออยู่และเร่งดำเนินการประมูลขายที่ราชพัสดุโดยเร็ว เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาทรัพย์สินดังกล่าว ส่วนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเห็นว่า กรณีนี้ กค. ชอบที่จะดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเสนอของ กค. เป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของคณะรัฐมนตรีที่จะพิจารณาให้ความเห็นชอบได้ตามที่เห็นสมควร

          4. โดยที่เรื่องดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาให้ความเห็นการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุ ตามข้อ 3 ของกฎกระทรวงการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุที่มิใช่ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ พ.ศ. 2562 แล้ว และข้อ 9 ของกฎกระทรวงดังกล่าวกำหนดให้การโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่คู่สัญญาในการขายที่ราชพัสดุหรือการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุหรือให้แก่องค์กรหรือบุคคลที่จะเป็นผู้รับการให้ที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์ต้องได้รับความเห็นชอบจากปลัดกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป และ กค. (กรมธนารักษ์) แจ้งว่า ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎกระทรวงดังกล่าวครบถ้วนแล้ว รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีความเห็นขัดข้อง จึงเข้าลักษณะเรื่องที่ให้เสนอคณะรัฐมนตรีได้ตามมาตรา 4 (1) แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548 และเป็นเรื่องที่ผ่านการพิจารณาของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องหรือผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการที่แต่งตั้งตามกฎหมายมาแล้ว

 

 

(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) 15 กันยายน 2569

 

 

g16

 

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100