ข้อเสนอแนวทางการไม่เรียกเอกสารจากประชาชนในการติดต่อราชการ

Category: มติ ครม.
Published on Thursday, 17 September 2026 09:47
Hits: 152

 

ข้อเสนอแนวทางการไม่เรียกเอกสารจากประชาชนในการติดต่อราชการ

 

Gov 8

 

          คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) [รองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) เป็นประธานกรรมการ] เสนอ ดังนี้

          1. เห็นชอบข้อเสนอแนวทางการไม่เรียกเอกสารจากประชาชนในการติดต่อราชการ (ข้อเสนอแนวทางการไม่เรียกเอกสารฯ) 

          2. เห็นชอบมาตรการขับเคลื่อนการดำเนินการ (มาตรการขับเคลื่อนฯ) เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนการเชื่อมโยงเอกสารสำคัญผ่านศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางภาครัฐ (Government Data Exchange: GDX) ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ 

          3. มอบหมายให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) (กรมการปกครอง) เร่งรัดการเชื่อมโยง GDX กับระบบบูรณาการฐานข้อมูลประชาชนและการบริการภาครัฐ (Linkage Center) ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้หน่วยงานของรัฐสามารถเชื่อมโยงและใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับทะเบียนราษฎรของกรมการปกครองผ่าน GDX ช่องทางเดียว ซึ่งจะช่วยลดความสับสนในการดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน

          สาระสำคัญของเรื่อง

          1. พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 มาตรา 11 บัญญัติให้การออกกฎเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ เงื่อนไข หรือรายละเอียดอื่นใดในการขอรับอนุญาตหรือขอรับบริการ ต้องไม่กำหนดให้ประชาชนแสดงหรือส่งมอบเอกสารต้นฉบับหรือสำเนาเอกสารใดที่หน่วยงานของรัฐนั้นเป็นผู้ออก หรือมีเอกสารต้นฉบับหรือสำเนาเอกสารนั้นอยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐนั้นอยู่แล้วและเอกสารที่เชื่อมโยงจากศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล ประกอบกับพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 มาตรา 12 บัญญัติหลักการสำคัญในการไม่เรียกสำเนาเอกสารจากประชาชนไว้อย่างชัดเจน รวมทั้งพระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐ ผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 และประกาศคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เรื่อง แพลตฟอร์มกลางของงานบริการภาครัฐสำหรับภาคธุรกิจและประชาชน ลงวันที่ 21 ธันวาคม 2565 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2566 เป็นต้นไป) ได้กำหนดให้ GDX เป็นแพลตฟอร์มกลางของงานบริการภาครัฐ สำหรับภาคธุรกิจและประชาชน และกำหนดให้หน่วยงานของรัฐเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดินและการให้บริการประชาชน แต่ในทางปฏิบัติยังคงมีหน่วยงานของรัฐเรียกสำเนาเอกสารจากประชาชน เนื่องจากการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐยังไม่ครอบคลุมรายการข้อมูลที่มีความจำเป็นและมีการเรียกใช้งานสูงทำให้ประชาชนยังไม่ได้รับความสะดวกในการรับบริการจากภาครัฐอย่างแท้จริง

          2. ปัจจุบันการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐมีการดำเนินการผ่าน 3 ช่องทางหลัก ดังนี้

 

ช่องทางการเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานผู้รับผิดชอบ

 

บทบาทและภารกิจหลัก

(1) GDX ของ สพร.

 

เป็นศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลกลางตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 และตามประกาศคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เรื่อง แพลตฟอร์มกลางของงานบริการภาครัฐ สำหรับภาคธุรกิจและประชาชน ลงวันที่ 21 ธันวาคม 2565 ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลระหว่างหน่วยงานของรัฐภายใต้มาตรฐานและกระบวนการเดียวกัน

(2) Linkage Center ของ มท. (กรมการปกครอง)

 

- เป็นระบบที่ให้บริการข้อมูลทะเบียนราษฎรแก่หน่วยงานของรัฐเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาและการให้บริการประชาชน

- ปัจจุบัน สพร. อยู่ระหว่างหารือร่วมกับกรมการปกครองในการเชื่อมโยงศูนย์ GDX กับ Linkage Center เพื่อให้หน่วยงานของรัฐสามารถเชื่อมโยงและใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับทะเบียนราษฎรของกรมการปกครองผ่าน GDX ช่องทางเดียว ซึ่งจะช่วยลดความสับสนในการดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน

(3) ระบบบริการเชื่อมโยงข้อมูลธุรกิจ (Business Data Exchange: BDEX) ของกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า)

 

- เป็นระบบการเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในเอกสาร 3 รายการ ได้แก่ หนังสือรับรองนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น

- ให้หน่วยงานของรัฐเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าผ่าน GDX

 

          ทั้งนี้ สำนักงาน ก.พ.ร. พิจารณาแล้วเห็นว่า การที่หน่วยงานของรัฐยังคงเรียกสำเนาเอกสารจากประชาชน มีสาเหตุหลักมาจากการเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐที่ยังไม่สมบูรณ์ จึงจำเป็นต้องเร่งรัดการเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานของรัฐผ่านช่องทาง GDX ซึ่งเป็นช่องทางหลักตามกฎหมาย

          3. สำนักงาน ก.พ.ร. จึงได้เสนอแนวทางการไม่เรียกเอกสารฯ เพื่อผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงและใช้ข้อมูลภาครัฐผ่าน GDX ในการให้บริการประชาชนต่อ ก.พ.ร. ซึ่ง ก.พ.ร. [รองนายกรัฐมนตรี (นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ) (ในขณะนั้น) เป็นประธานกรรมการ] ในการประชุมครั้งที่ 6/2568 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 มีมติเห็นชอบข้อเสนอแนวทางการไม่เรียกเอกสารฯ โดยกำหนดเอกสาร จำนวน 58 รายการ (ตามข้อ 4) [ซึ่งเป็นการคัดเลือกเอกสารที่มีการใช้ในงานบริการตั้งแต่ 10 งานขึ้นไป ต่อ 1 รายการ (จาก 1,830 รายการ ซึ่งเป็นรายการงานบริการจากฐานข้อมูลคู่มือสำหรับประชาชน)] และแผนการดำเนินการ 2 ระยะ เพื่อผลักดันและเชื่อมโยงข้อมูลผ่าน GDX ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี และให้สำนักงาน ก.พ.ร. หารือร่วมกับสำนักงาน ก.พ. เกี่ยวกับมาตรการจูงใจทั้งเชิงการให้รางวัลและการลงโทษ เพื่อกำหนดมาตรการขับเคลื่อนฯ (ตามข้อ 5) ให้บรรลุตามกรอบเป้าหมายที่กำหนดไว้ (แล้วเสร็จภายใน 1 ปี) และให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป ซึ่งสำนักงาน ก.พ.ร. ได้หารือร่วมกับสำนักงาน ก.พ. แล้วเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 เกี่ยวกับการกำหนดมาตรการในการไม่เรียกเอกสารจากประชาชน (เช่น กรณีไม่ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด สำนักงาน ก.พ.ร. จะรายงานต่อรัฐมนตรีที่กำกับดูแลต่อไป) ซึ่ง ก.พ.ร. ในการประชุมครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 มีมติรับทราบรายงานความก้าวหน้าการดำเนินการด้วยแล้ว

          4. ข้อเสนอแนวทางการไม่เรียกเอกสารฯ มีสาระสำคัญเป็นการดำเนินการเพื่อผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดเอกสารสำคัญจำนวน 58 รายการ เช่น บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า สูติบัตร ใบมรณบัตรเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หนังสือรับรองนิติบุคคล ใบอนุญาตขับรถ ผ่าน GDX ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ

              4.1 แนวทางการดำเนินการ แบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้

                   (1) ระยะที่ 1 ภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติสำหรับกลุ่มเอกสารที่มีข้อมูลพร้อมให้บริการแล้วผ่าน GDX จำนวน 31 รายการ ให้หน่วยงานที่ใช้ข้อมูลดังกล่าวดำเนินการ แบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่

                       1) กรณีที่ 1 หน่วยงานได้เชื่อมโยงข้อมูลผ่าน GDX แล้วแต่ยังไม่ดึงข้อมูลไปใช้หรือนำไปใช้แต่ไม่ครอบคลุมทุกงานบริการ ให้ใช้ข้อมูลจาก GDX ประกอบการพิจารณาคำขอโดยไม่เรียกเอกสารจากประชาชน ภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ

                       2) กรณีที่ 2 หน่วยงานยังไม่เชื่อมโยงข้อมูลผ่าน GDX ให้เชื่อมโยงข้อมูลให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ และให้ใช้ข้อมูลจาก GDX ในการพิจารณาคำขอโดยไม่เรียกเอกสารจากประชาชนให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ

                   (2) ระยะที่ 2 ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติสำหรับกลุ่มเอกสารที่ยังไม่มีข้อมูลพร้อมให้บริการผ่าน GDX จำนวน 27 รายการให้หน่วยงานเจ้าของข้อมูลเชื่อมโยงข้อมูลให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ เพื่อให้หน่วยงานผู้ใช้ข้อมูลเชื่อมโยงข้อมูลไปใช้ในการให้บริการประชาชนต่อไป

              4.2 ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น พ.ศ. 2569 ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ได้กำหนดหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลให้แก่หน่วยงานของรัฐอื่นที่ร้องขอ โดยหน่วยงานของรัฐที่ร้องขอมีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เปิดเผยระหว่างกันไม่ให้เปิดเผยต่อไปยังบุคคลภายนอก ดังนั้น เพื่อให้ข้อเสนอแนวทางการไม่เรียกเอกสารฯ สามารถตอบสนองต่อหลักการของพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว สำนักงาน ก.พ.ร. จึงเห็นควรเพิ่มเติมแนวทางในข้อเสนอแนวทางการไม่เรียกเอกสารฯ ว่าในการเชื่อมโยงเอกสารสำคัญ จำนวน 58 รายการข้างต้น ให้สำนักงาน ก.พ.ร. หารือกับหน่วยงานของรัฐเพิ่มเติมว่าจะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามแนวทางของพระราชกฤษฎีกาข้างต้นไปในคราวเดียวกันได้หรือไม่ หากยังไม่สามารถดำเนินการไปในคราวเดียวกันได้ ให้หน่วยงานของรัฐจัดทำแผนการเชื่อมโยงเสนอ ก.พ.ร. เพื่อใช้ในการขยายผลการดำเนินการในระยะถัดไป 

          5. มาตรการขับเคลื่อนฯ เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงเอกสารสำคัญ จำนวน 58 รายการ ผ่าน GDX ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ มีสาระสำคัญ ดังนี้

              5.1 ให้ส่วนราชการ จำนวน 163 หน่วยงาน ประกอบด้วย ส่วนราชการระดับกรมในสังกัดกระทรวง จำนวน 19 กระทรวง (138 หน่วยงาน) ส่วนราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี (18 หน่วยงาน) และส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง (7 หน่วยงาน) ดำเนินการ ดังนี้

                   (1) สำรวจความพร้อมในการยกเลิกการเรียกเอกสารจากประชาชนตามแนวทางการไม่เรียกเอกสารฯ โดยทบทวนกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศ ที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการ เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไข ปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้รองรับการยกเลิกการเรียกเอกสารจากประชาชน โดยรายงานผลความพร้อมของรายการเอกสารที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลผ่าน GDX สำหรับกรณีที่ยังไม่มีความพร้อมให้รายงานปัญหาและอุปสรรคไปยังสำนักงาน ก.พ.ร. ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ

                   (2) จัดทำแนวปฏิบัติภายในหน่วยงานและให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดทุกระดับ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ณ จุดบริการ ให้ถือปฏิบัติในการตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบดิจิทัลแทนการเรียกเอกสารจากประชาชนอย่างเคร่งครัด

                   (3) สื่อสาร ประชาสัมพันธ์ และปิดประกาศแจ้งการไม่เรียกเอกสารให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึงทั้ง ณ จุดบริการ และผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ ของหน่วยงาน

              5.2 ให้หัวหน้าส่วนราชการมีหน้าที่กำกับดูแลและติดตามการปฏิบัติงานของหน่วยงานในสังกัดให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 พระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 และแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานอย่างเคร่งครัด ทั่วถึง และครบถ้วนทุกกระบวนงาน

              5.3 ให้สำนักงาน ก.พ.ร. ติดตามผลการดำเนินการตามมาตรการขับเคลื่อนฯ ในการติดต่อราชการของส่วนราชการ และในกรณีที่พบว่าส่วนราชการใดยังมีการเรียกเอกสารในรายการที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ สำนักงาน ก.พ.ร. จะประสานแจ้งส่วนราชการนั้นเพื่อดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน หากพบว่ายังดำเนินการแก้ไขไม่แล้วเสร็จให้สำนักงาน ก.พ.ร. ติดตามผลต่อเนื่องอีกไม่เกิน 2 ครั้ง โดยกำหนดระยะเวลาการติดตามครั้งละ 15 วัน รวมระยะเวลาดำเนินการและติดตามผลทั้งสิ้นไม่เกิน 45 วัน หากพ้นกำหนดดังกล่าวและยังไม่มีการดำเนินการแก้ไข ให้สำนักงาน ก.พ.ร. รายงานต่อรัฐมนตรีเจ้าสังกัดของส่วนราชการนั้นเพื่อนำไปใช้ประกอบการพิจารณาประเมินผลการปฏิบัติราชการของหัวหน้าส่วนราชการ โดยให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดพิจารณาให้คะแนนการประเมินในมิติด้านสมรรถนะ (Competency) ในรายการสมรรถนะที่เกี่ยวข้องไม่เกิน 3 คะแนน จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน

              ทั้งนี้ ในกรณีที่มีการตรวจสอบหรือพบข้อร้องเรียนว่าส่วนราชการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้ถือว่าผู้มีหน้าที่ปฏิบัติในเรื่องดังกล่าวอาจกระทำผิดวินัยตามมาตรา 82 (2) และมาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57 ต้องดำเนินการทางวินัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนโดยเร็ว

              5.4 กรณีสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐรูปแบบใหม่ มีรูปแบบเป็นหน่วยธุรการขององค์การของรัฐที่เป็นอิสระให้ดำเนินการตามมาตรการขับเคลื่อนฯ (ตามข้อ 5.1 และ 5.2) รวมถึงให้นำกรอบแนวทางการประเมินผลการปฏิบัติราชการของหัวหน้าส่วนราชการ (ตามข้อ 5.3) ไปใช้กับหัวหน้าหน่วยงาน ที่เป็นข้าราชการประเภทอื่นภายใต้กำกับของฝ่ายบริหารโดยอนุโลม

          6. ประโยชน์ที่ได้รับจากข้อเสนอแนวทางการไม่เรียกเอกสารฯ โดยการเชื่อมโยงข้อมูลเอกสารสำคัญ จำนวน 58 รายการ ผ่าน GDX จะเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลดิจิทัล นอกจากเป็นการอำนวยความสะดวกประชาชนในการติดต่อราชการ ลดภาระค่าใช้จ่ายและลดระยะเวลาแล้ว ยังเป็นการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความโปร่งใสจากการลดการใช้ดุลพินิจในการตรวจสอบเอกสาร รวมทั้งสร้างมาตรฐานการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐให้บูรณาการร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ

 

 

(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) 15 กันยายน 2569

 

 

g19

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100