ข้อเสนอแนวทางการบริหารสินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการทบทวนการใช้ประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐ

Category: มติ ครม.
Published on Thursday, 17 September 2026 09:48
Hits: 146

 

 

ข้อเสนอแนวทางการบริหารสินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการทบทวนการใช้ประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐ

 

Gov 8

 

          คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ (ค.ต.ป.) [รองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) เป็นประธาน] เสนอ ดังนี้

          1. ข้อเสนอแนวทางการบริหารสินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการทบทวนการใช้ประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐ (ข้อเสนอแนวทางการบริหารสินทรัพย์ฯ) ซึ่ง ค.ต.ป. เสนอตามมติ ค.ต.ป. ในการประชุมครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ยกเว้นกรณีให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายการแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์สินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างทบทวนการใช้ประโยชน์ของหน่วยงานรัฐ (คณะกรรมการนโยบายการแก้ไขปัญหาฯ) เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป

          2. ข้อเสนอของสำนักงาน ก.พ.ร. ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ค.ต.ป. ที่เสนอให้ทบทวนข้อเสนอการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ โดยมอบหมายให้คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างฯ) ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นคณะกรรมการตามกฎหมายที่มีอยู่แล้วดำเนินการแทน 

          สาระสำคัญของเรื่อง

          1. เดิมคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 (เรื่อง แนวทางการบริหารสินทรัพย์ที่เกิดจากงบประมาณของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด) รับทราบแนวทางการบริหารสินทรัพย์ที่เกิดจากงบประมาณของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ (ก.น.บ.) เสนอ โดยกำหนดขั้นตอนการดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ เพื่อให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดมีแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับการโอนสินทรัพย์แนวทางการบริหารสินทรัพย์ในอนาคต นอกจากนี้ ได้มีการกำหนดให้กระทรวงการคลัง (กค.) (กรมธนารักษ์และกรมบัญชีกลาง) กระทรวงมหาดไทย (มท.) และสำนักงบประมาณ (สงป.) ร่วมดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ด้วย เช่น กระบวนการขึ้นทะเบียนสินทรัพย์และการโอนครุภัณฑ์การพัฒนาระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFMIS) 

          2. ที่ผ่านมาคณะอนุกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการกลุ่มจังหวัดได้ดำเนินการตรวจสอบและติดตามประเมินผลในพื้นที่ประเด็นการบริหารสินทรัพย์ที่เกิดจากงบประมาณของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2565-2566 ซึ่งพบว่า มีสินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการทบทวนการใช้ประโยชน์อยู่เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้สินทรัพย์ดังกล่าวถูกปล่อยทิ้งร้างขาดการดูแลบำรุงรักษา และไม่เกิดความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณ ต่อมาคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ (ค.ต.ป.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2565 มอบหมายให้ ค.ต.ป. ประจำกระทรวง ติดตามตรวจสอบสินทรัพย์ของส่วนราชการในจังหวัดด้วย โดยขยายแนวทางการตรวจสอบและประเมินผลประเด็นดังกล่าวให้ครอบคลุมกรณีส่วนราชการ เพื่อศึกษาและหาแนวทางแก้ไขการบริหารสินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการทบทวนการใช้ประโยชน์ที่เกิดจากงบประมาณของภาครัฐในภาพรวม ซึ่งจากการตรวจสอบและประเมินผลการบริหารสินทรัพย์ที่เกิดจากงบประมาณของส่วนราชการ ประเภทอาคาร ที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง (ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2556-2566) พบว่า มีสินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการทบทวนการใช้ประโยชน์เพื่อรอโอนสินทรัพย์ให้หน่วยงานอื่นไปปกครอง ดูแล บำรุงรักษาและใช้ประโยชน์ จำนวน 17,060 รายการ มูลค่าสินทรัพย์ 48,940 ล้านบาท (ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2567) ดังนั้น เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการเรื่องดังกล่าว ค.ต.ป. ได้มีมติเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 เห็นชอบเกี่ยวกับแนวทางการบริหารสินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการทบทวนการใช้ประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐ (แนวทางฯ) [ให้ขยายครอบคลุมหน่วยงานของรัฐอื่นด้วย เช่น รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และองค์การมหาชน] โดยสาระสำคัญของแนวทางฯ เป็นการกำหนดการมอบหมายหน่วยงานรับผิดชอบในการตรวจสอบข้อมูลสินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการทบทวนการใช้ประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐ เช่น (1) ให้ มท. โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นหน่วยงานรับผิดชอบตรวจสอบ ข้อมูลสินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการทบทวนการใช้ประโยชน์ของ อปท. (2) ให้ กค. โดยกรมธนารักษ์เป็นหน่วยงานรับผิดชอบตรวจสอบข้อมูลสินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการทบทวนการใช้ประโยชน์ของส่วนราชการ จังหวัดและกลุ่มจังหวัด และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจเป็นหน่วยงานรับผิดชอบตรวจสอบข้อมูลสินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการทบทวนการใช้ประโยชน์ของรัฐวิสาหกิจ (3) ให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์สินทรัพย์ที่อยู่ระหว่างทบทวนการใช้ประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งต่อมาสำนักงาน ก.พ.ร. ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ค.ต.ป. ได้พิจารณาทบทวนตามแนวทางของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564 (เรื่อง แนวทางการใช้ระบบคณะกรรมการเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล) เกี่ยวกับการใช้ระบบคณะกรรมการเฉพาะกรณีจำเป็น จึงเห็นควรมอบหมายให้คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ดำเนินการแทนคณะกรรมการดังกล่าว (ซึ่งประธานกรรมการรับทราบด้วยแล้วเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2565) อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแนวทางฯ ที่เสนอในครั้งนี้เป็นการมุ่งเน้นการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการสินทรัพย์กรณีสินทรัพย์เกิดจากงบประมาณของส่วนราชการ ซึ่งรวมถึงกำหนดให้มีหน่วยงานกลางในการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลสินทรัพย์ในภาพรวม เช่น กรมธนารักษ์ (กค.) ซึ่งมีภารกิจในการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา และบริหารจัดการทรัพย์สินภาครัฐเกี่ยวกับการใช้และการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ ตลอดจนกำหนดให้มีคณะกรรมการกลางทำหน้าที่กำหนดนโยบาย แนวทางการใช้ประโยชน์ และมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสินทรัพย์ภาครัฐ ซึ่งแตกต่างจากแนวทางการบริหารสินทรัพย์ที่เกิดจากงบประมาณของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบไว้เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่มุ่งเน้นการกำหนดขั้นตอนการบริหารจัดการและการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่เกิดจากงบประมาณของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดอย่างละเอียด โดยยังไม่มีการกำหนดให้หน่วยงานกลาง ได้แก่ กค. มท. และ สงป. เป็นผู้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการใช้ข้อมูลในภาพรวมร่วมกัน ในครั้งนี้จึงควรกำหนดการดำเนินการให้กับหน่วยงานกลางดังกล่าวอย่างชัดเจน

          3. มท. สงป. และสำนักงาน ก.พ.ร. พิจารณาแล้วเห็นชอบ/เห็นด้วยตามที่ ค.ต.ป. เสนอ โดยสำนักงาน ก.พ.ร. มีความเห็นเพิ่มเติมว่า ควรพัฒนาระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ (New GFMIS Thai) รองรับข้อมูลการบริหารสินทรัพย์ของรัฐ ดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้การปฏิบัติราชการของภาครัฐสามารถใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ซึ่งจะทำให้ภาครัฐสามารถนำสินทรัพย์มาวางแผนการใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพเกิดความคุ้มค่า สร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นต่อประชาชน ส่วนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของคณะรัฐมนตรีที่จะพิจารณาให้ความเห็นชอบได้ตามที่เห็นสมควร 

 

 

(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) 15 กันยายน 2569

 

 

g20

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100