
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับโจ เคอร์เนน จากซีเอ็นบีซี เมื่อวันพุธที่ ผ่านมา ณ สถานที่จัดการประชุมเศรษฐกิจโลกที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
การสนทนานี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ทรัมป์กล่าวปราศรัยต่อผู้นำต่างประเทศและผู้บริหารธุรกิจในดาวอส และไม่นานหลังจากที่เขาเป็นข่าวพาดหัวด้วยการประกาศว่าเขาได้ 'วางกรอบข้อตกลงในอนาคตเกี่ยวกับกรีนแลนด์' ซึ่งเป็นเกาะที่เดนมาร์กเป็นเจ้าของและเขายืนยันว่าจะต้องเป็นของสหรัฐอเมริกา
นี่คือ 5 ประเด็นสำคัญจากบทสัมภาษณ์ของทรัมป์ :
1. ข้อตกลงกรีนแลนด์จะคงอยู่ ‘ตลอดไป’
ทรัมป์ กล่าวกับซีเอ็นบีซีว่า เขาได้บรรลุ ”แนวคิดเบื้องต้นของข้อตกลง” เกี่ยวกับกรีนแลนด์ หลังจากพบกับมาร์ค รุตเต เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
ทรัมป์ ประกาศผ่านTruth Social ว่า ขณะนี้ได้มีการวางกรอบการทำงานแล้ว และยังกล่าวอีกว่าภาษีที่เขาประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วสำหรับสินค้านำเข้าจากประเทศในยุโรปที่คัดค้านการเข้ายึดครองกรีนแลนด์ของสหรัฐฯ จะไม่มีผลบังคับใช้

'ผมคิดว่า นี่จะเป็นข้อตกลงที่ดีมากสำหรับสหรัฐอเมริกา รวมถึงพวกเขาด้วย และเราจะร่วมมือกันในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอาร์กติกโดยรวม แต่รวมถึงกรีนแลนด์ด้วย และเกี่ยวข้องกับความมั่นคง ...และเรื่องอื่นๆ' ทรัมป์กล่าว
“พวกเขากำลังจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับโครงการ Golden Dome และพวกเขาก็จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับสิทธิ์ในแร่ธาตุ เช่นเดียวกับพวกเรา”
ทรัมป์ กล่าวว่า กรอบความร่วมมือรอบกรีนแลนด์จะคงอยู่'ตลอดไป'
2. ประธานเฟดคนต่อไปอาจได้รับการคัดเลือกแล้ว
ทรัมป์ กล่าวว่า เขาอาจเลือกผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐคนต่อไปแล้ว แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยชื่อบุคคลนั้น
“ผมว่า ตอนนี้เหลือสามคนแล้ว แต่ที่จริงเหลือสองคนต่างหาก” เขากล่าว
“และผมคิดว่าเราคงเหลือผู้เข้าแข่งขันเพียงคนเดียวแล้ว ในความคิดของผม” ทรัมป์กล่าว
เควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการเฟด คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการเฟดคนปัจจุบัน เควิน แฮสเซ็ตต์ หัวหน้าสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ และริค ไรเดอร์ หัวหน้าฝ่ายตราสารหนี้ของแบล็คร็อค ต่างก็มีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้ที่อาจได้รับตำแหน่งนี้
วาระการดำรงตำแหน่งของเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดคนปัจจุบัน จะสิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคม พาวเวลล์เพิ่งเปิดเผยว่าเขาถูกกระทรวงยุติธรรมสอบสวนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงสำนักงานใหญ่เฟดในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก
วุฒิสมาชิกทอม ทิลลิส จากพรรครีพับลิกันประจำรัฐนอร์ทแคโรไลนา ขู่ว่าจะขัดขวางการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งใดๆ ในเฟด จนกว่าการสอบสวนของพาวเวลล์จะเสร็จสิ้น
'ผมไม่รู้เรื่องทอม ทิลลิสหรอก แต่คุณก็รู้ เขาคงไม่ได้เป็นวุฒิสมาชิกอีกนานแล้ว 'ทรัมป์กล่าว ''ไม่ว่ายังไงก็ตาม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ชีวิตก็ช่างมันเถอะ'
3. ทรัมป์ชื่นชอบการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตอย่างเข้มงวด
ประธานาธิบดี เน้นย้ำข้อเสนอของเขาที่จะจำกัดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ 10% เป็นเวลาหนึ่งปี พร้อมทั้งยอมรับว่าแนวคิดนี้ 'ฟังดูคล้ายกับ' ข้อเสนอของนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก โซห์ราน มามดานี ซึ่งเป็นผู้ที่เรียกตัวเองว่าเป็นนักสังคมนิยมประชาธิปไตย
ทรัมป์ กล่าวถึงแผนของเขาว่า 'ผมชอบมันมาก'
เขากล่าวว่า ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับวุฒิสมาชิกเอลิซาเบธ วอร์เรน สมาชิกพรรคเดโมแครตจากรัฐแมสซาชูเซตส์ ซึ่งเป็นผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์เขาอย่างหนักมาโดยตลอดนั้น 'เธอพอใจมาก'กับข้อเสนอของเขา
ทรัมป์ กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยที่ชาวอเมริกันหลายล้านคนต้องเผชิญเมื่อพวกเขาไม่สามารถหรือไม่ยอมชำระยอดคงเหลือในบัตรเครดิตรายเดือนนั้นสูงเกินไป
“คุณรู้ไหม เกิดอะไรขึ้นกับดอกเบี้ยที่สูงเกินไป? พวกเขาจ่ายดอกเบี้ย 28% ไม่ได้หรอก” เขากล่าว
“ผมได้รับการติดต่อจากบริษัทบัตรเครดิต ซึ่งเป็นเพื่อนของผมด้วย และผมก็ปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างดี ผมเคารพพวกเขาอย่างมาก แต่พวกเขาก็ทำเงินได้มากมาย” ทรัมป์กล่าว
“คุณรู้ไหม คนเราออกไปซื้อของ แล้วถ้าจ่ายช้าไปนิดหน่อย ก็ต้องจ่ายดอกเบี้ย 28% สุดท้ายก็ต้องยื่นขอเป็นบุคคลล้มละลาย”
เจมี่ ไดมอน ซีอีโอ กล่าวในการบรรยายที่ดาวอสเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า มาตรการจำกัดวงเงินของทรัมป์จะเป็นหายนะ
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้พยายามผลักดันประเด็นเรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้น เนื่องจากผลสำรวจความคิดเห็นยังคงแสดงให้เห็นว่าคะแนนความนิยมในการบริหารเศรษฐกิจของเขาลดลงอย่างต่อเนื่อง
4. อิหร่าน ‘หวัง’
ทรัมป์ กล่าวว่า เขาหวังว่าจะไม่มีความจำเป็นต้องใช้ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ เพิ่มเติมในอิหร่าน เนื่องจากรัฐบาลอิหร่านกำลังตอบสนองต่อการประท้วงภายในประเทศ
ประธานาธิบดีกล่าวว่า 'เราหวังว่า จะไม่มีการดำเนินการใดๆ เพิ่มเติม'แต่ก็ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่จะมีการดำเนินการดังกล่าวออกไป
เมื่อเดือนมิถุนายนที่ ผ่านมา ทรัมป์ได้สั่งโจมตีอิหร่านโดยมีเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของประเทศ
'พวกเขาต้องหยุดเรื่องอาวุธนิวเคลียร์' ทรัมป์กล่าวกับซีเอ็นบีซีเมื่อวันพุธ
ทรัมป์ได้พิจารณาการโจมตีอิหร่านมาตั้งแต่ปฏิบัติการครั้งแรก และเขาก็ได้เพิ่มระดับการข่มขู่เพื่อตอบโต้การประท้วงในอิหร่านที่ถูกรัฐบาลปราบปรามด้วยกำลังถึงขั้นเสียชีวิต
5. 'เราต้องการให้ผู้คนสามารถซื้อบ้านได้'
ทรัมป์ ได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการของเขาที่จะกีดกันนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่จากการซื้อบ้านเดี่ยว หลังจากที่เขาลงนามในคำสั่งบริหาร เมื่อวันก่อน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อหยุดยั้งวอลล์สตรีทไม่ให้แข่งขันกับผู้ซื้อบ้าน
ทรัมป์ กล่าวว่า “บริษัทขนาดใหญ่เหล่านี้ บริษัทระดับองค์กรขนาดใหญ่เหล่านี้ ซื้อบ้านหลายพันหลังแล้วนำไปให้เช่าหรือทำอะไรก็ตามที่พวกเขาอยากทำกับบ้านเหล่านั้น”
'มันเริ่มมากเกินไปแล้ว...เราอยากให้คนสามารถซื้อบ้านได้'
การขัดขวางไม่ให้วอลล์สตรีทเข้าซื้อบ้านเป็นเป้าหมายสำคัญอันดับต้นๆ ของนักการเมืองพรรคเดโมแครตบางคน
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส.ส. โร คันนา จากพรรคเดโมแครต รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้เสนอร่างกฎหมายเพื่อขัดขวางการซื้อกิจการดังกล่าว
“ผู้คนถามว่าคุณเป็นพวกอนุรักษ์นิยมหรือเปล่า ใช่ แต่ผมเป็นคนที่มีเหตุผล” ทรัมป์กล่าว โดยอ้างถึงข้อเสนอของเขาที่มุ่งเป้าไปที่การเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาที่เหมาะสม



















