การจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนศูนย์ประสานงานอาเซียนในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
การจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนศูนย์ประสานงานอาเซียนในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน AHA Centre ในปี พ.ศ. 2569-2580 เป็นจำนวน 90,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 3 ล้านบาท) ตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอ
1. เรื่องเดิม
1.1 คณะรัฐมนตรีมีมติ (19 กรกฎาคม 2548) อนุมัติการลงนามความตกลงอาเซียนว่าด้วยการจัดการภัยพิบัติและการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน (ASEAN Agreement on Disaster Management and Emergency Response: AADMER) (ความตกลง AADMER) เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนในการจัดการกับสถานการณ์ภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉิน และจัดตั้งกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีข้อเสนอให้จัดตั้งศูนย์ประสานงานอาเซียนในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม (ASEAN Coordinating Centre for Humanitarian Assistance) (AHA Centre) เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินความร่วมมือและการประสานงานของภาคีความตกลงฉบับนี้ ทั้งนี้ ให้ประเทศภาคีบริจาคเงินสนับสนุนการจัดตั้งและการบริหารงานของ AHA Centre โดยความสมัครใจ
1.2 คณะรัฐมนตรีมีมติ (6 สิงหาคม 2567) อนุมัติการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน AHA Centre ในปี พ.ศ. 2567 -2568 เป็นจำนวน 90,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีตามที่ มท. เสนอ โดยสำหรับค่าใช้จ่ายเพื่อสมทบเข้ากองทุน AHA Centre ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ให้ มท. [กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)] ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ที่ได้รับจัดสรรแล้ว ส่วนปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ให้จัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของ กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง
2. สาระสำคัญของเรื่อง
2.1 เดิมประเทศไทยได้ลงนามในความตกลงอาเซียนว่าด้วยการจัดการภัยพิบัติและการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน (AADMER) เพื่อร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนในการจัดการกับสถานการณ์ภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉิน (ตามข้อ 1.1) และลงนามในความตกลงอาเซียนว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในการจัดการภัยพิบัติ (AHA Centre) เพื่อจัดตั้ง AHA Centre สำหรับอำนวยความสะดวกในการดำเนินความร่วมมือและการประสานงานระหว่างประเทศสมาชิกภายใต้ความตกลง AADMER และจัดตั้งกองทุน AHA Centre เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมตามพันธกิจของ AHA Centre โดยกำหนดให้ประเทศสมาชิกอาเซียนต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนทุกปีตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา ซึ่งในส่วนของประเทศไทย คณะรัฐมนตรีเคยมีมติรับทราบและอนุมัติการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนดังกล่าวมาแล้ว จำนวน 3 ครั้ง สรุปได้ ดังนี้
|
มติคณะรัฐมนตรี |
สาระสำคัญ |
ปีที่ต้องจ่ายเงินสมทบ |
จำนวนเงินที่ต้องจ่ายสมทบ ในแต่ละปี (ดอลลาร์สหรัฐ) |
|
27 ธันวาคม 2559 |
รับทราบผลการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านการจัดการภัยพิบัติ ครั้งที่ 4 ที่เห็นชอบการปรับอัตราการจ่ายเงินสมทบให้กองทุน AHA Centre ระหว่างปี 2559 –2561 เป็น 50,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี (จาก 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อปี)* |
2559 - 2561 |
50,000 |
|
28 พฤษภาคม 2562 |
อนุมัติการปรับอัตราการจ่ายเงินสมทบให้กองทุน AHA Centre ระหว่างปี 2562 -2566 เป็น 90,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี |
2562 - 2566 |
90,000 |
|
6 สิงหาคม 2567 |
อนุมัติการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน AHA Centre ระหว่างปี 2567 -2568 เป็นจำนวน 90,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี |
2567 - 2568 |
90,000 |
|
*หมายเหตุ: สำหรับปี 2555 -2558 ประเทศไทยจ่ายเงินสมทบเป็นจำนวน 30,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี แต่จากการตรวจสอบ ไม่พบว่าคณะรัฐมนตรีเคยมีมติอนุมัติการจ่ายเงินในช่วงปีดังกล่าว รวมถึงในช่วงปี 2559 -2561 ที่คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบปรับอัตราการจ่ายเงินสมทบเพิ่มเท่านั้น ทั้งนี้ มท. แจ้งว่า เนื่องจากการจ่ายเงินสมทบให้กองทุน AHA Centre ระหว่างปี 2555 -2561 มท. ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 -2561 สำหรับดำเนินการดังกล่าวแล้ว ในครั้งนั้นจึงไม่ได้เสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้จ่ายเงิน |
|||
2.2 สำหรับปี 2569 AHA Centre ขอรับการสนับสนุนการจ่ายเงินสมทบทุนในอัตรา90,000 ดอลลาร์สหรัฐเท่าเดิม และคาดว่าจะคงอัตราเดิมสำหรับ ปี 2570 มท. จึงขอเสนอคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้เพื่ออนุมัติการจ่ายเงินสมทบสำหรับ ปี 2569 - 2570 เป็นจำนวน 90,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี
2.3 สำนักงบประมาณ (สงป.) และสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเห็นควรให้ความเห็นชอบ/อนุมัติตามที่ มท. เสนอ โดย สงป. เห็นว่า สำหรับค่าใช้จ่ายเพื่อสมทบเข้ากองทุน AHA Centre ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เห็นสมควรให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่ได้รับจัดสรรแล้ว สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2570ขอให้ ปภ. จัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต่อไป ส่วนกระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า การจ่ายเงินสมทบ ดังกล่าว ไม่มีประเด็นที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับการเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) 15 กันยายน 2569
g22














